16 พ.ค. 2560
3,724 ครั้ง

PTTGC ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2560 กำไรสุทธิ 13,182 ล้านบาท

PTTGC ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2560 กำไรสุทธิ 13,182 ล้านบาท
เดินหน้าลงทุนครบ Business Value Chain
ต่อยอดการลงทุนพร้อมรับ EEC สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
 
            PTTGC เดินหน้าแผนการลงทุนครบวงจร พร้อมเข้าสู่การลงทุนในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/60 ด้วยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นประกอบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตของหน่วยต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิสูงถึง 13,182 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 107,149 ล้านบาท   
 
 
              นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO)  บริษัท   พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  – PTTGC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2560 PTTGC มีกำไรสุทธิรวม 13,182 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.96 บาท/หุ้น  เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จากไตรมาส 4/2559 ที่มีผลกำไรรวมสุทธิอยู่ที่  9,744  ล้านบาท 
 
             ในไตรมาส 1/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 107,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2559 จำนวน 26,385 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 และใกล้เคียงกับไตรมาส 4/2559 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นตามระดับราคาน้ำมันดิบ ทั้งนี้ในไตรมาส 1/2560 ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2559 และ ไตรมาส 4/2559 โดยปัจจัยที่สนับสนุนหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ (Margin) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจอะโรเมติกส์ และผลิตภัณฑ์ Butadiene ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากธุรกิจโอเลฟินส์ รวมทั้งบริษัทฯ  ยังสามารถรักษาการใช้กำลังการผลิตได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า
 
สรุปผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจได้ ดังนี้
๐ โรงกลั่นน้ำมัน มีอัตราการใช้กำลังการผลิตของหน่วย CDU ร้อยละ 102
๐ โรงอะโรเมติกส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสารอะโรเมติกส์ (BTX Utilization) เฉลี่ยอยู่ที่  ร้อยละ 78
๐ โรงโอเลฟินส์มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 95
๐ ส่งผลให้ ไตรมาส 1/60 มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 18,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากไตรมาส 4/2559  รวมทั้งมีการรับรู้ผลกำไรจากมูลค่าสต๊อกน้ำมันและ NRV จำนวน 508 ล้านบาท และ บริษัทฯยังสามารถรับรู้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,529 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท 
๐ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จาก ไตรมาส 4/2559 
 
                สำหรับการดำเนินงานโครงการ MAX หรือ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กรโดยมีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับผลประกอบการให้ดีขึ้นได้ในลักษณะต่อเนื่องทุกปีโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพิ่มผลกำไรของบริษัทฯ  ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และลดค่าใช้จ่าย ในไตรมาส 1/60 บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโครงการจำนวน 652 ล้านบาท 
 
 
ความคืบหน้าและโครงการลงทุนต่าง ๆ 
 
1)     Asset Injection Project
             เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ PTTGC ได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจสายโพรพิลีน สายเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับ PTTGC จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของ PTTGC มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนการดำเนินงานและสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Synergy Benefit) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้  PTTGC   ในฐานะแกนนำธุรกิจปิโตรเคมี (Petrochemical Flagship) ของ ปตท. สามารถต่อยอดธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream Business) ได้เป็นอย่างดี โดยผู้ถือหุ้นได้ออกเสียงลงคะแนนเป็นจำนวนถึงร้อยละ 99.88     
           นับเป็นก้าวที่สำคัญของ PTTGC ที่จะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยบริษัทฯ จะสามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจไปสู่ Performance Chemical ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ในอนาคตตามเป้าหมายในการเข้าสู่อุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์ (E&E)ที่เป็น Market Trend ของโลกยุคใหม่ 
 
2)       โครงการ Map Ta Phut Retrofit  เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การผลิตโรงงานที่มาบตาพุด เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามเป้าหมายในการเข้าสู่อุตสาหกรรมต่างๆ
          ๐ ก่อสร้างโรงงานแนฟทาแครกเกอร์ขนาดกำลังการผลิต เอทิลีนที่ 500,000 ตันต่อปี และโพรพิลีน 250,000 ตันต่อปี 
 
3)       โครงการลงทุนกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำ 
โครงการ PO/Polyol เป็นการลงทุนโพลียูรีเทนครบวงจร
โครงการ PO และโครงการ Polyols & PU System เป็นโครงการในธุรกิจสาย Polyurethane ซึ่งอยู่ในกลุ่มเคมีภัณฑ์สมรรถนะสูง (Performance Chemical) โครงการ PO และโครงการ  Polyols & PU System เป็นการต่อสายธุรกิจผลิตภัณฑ์ Polyurethane ครบวงจร
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดกำลังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ได้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องนอน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ระหว่าง PTTGC และพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น 
ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้น  (HOA) กับ บริษัท คุราเร่ จำกัด บริษัทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษชั้นนำของโลกและบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น จำกัด  บริษัทการค้าระหว่างประเทศสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินและการออกแบบทางวิศวกรรมของโครงการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563
 
 
           นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า โครงการลงทุนต่าง ๆ ที่อยู่ในแผนการลงทุนระยะเวลา 5 ปี ด้วยวงเงินลงทุนประมาณ 150,000 ล้านบาท ยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานและอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) เพื่อการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมสู่อุตสาหกรรมใหม่ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 
 
          PTTGC ยังคงรักษาอันดับ DJSI TOP 10 World Member ในกลุ่มเคมีภัณฑ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยความโดดเด่นที่ระดับ Gold Class และคะแนนเทียบเท่า Industry Best สะท้อนความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากลและการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความยั่งยืนคู่กับการขยายธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทาน บริษัทฯ เป็นองค์กรชั้นนำที่มีการดำเนินงานด้าน 2E1S (Economic-Environmental-Social) ที่โดดเด่น บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างคุณค่าให้กับ   ผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมได้รับความเชื่อถือและเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนระดับโลก   
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ