20 พ.ค. 2560
113,741 ครั้ง

ผู้ต้องหาป่วนใต้สารภาพสิ้นยอมร่วมมือกับรัฐ เหตุขบวนการไร้อุดมการณ์-อยู่อย่างอดอยาก

เมื่อวานนี้ (19 พฤษภาคม) พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าฯ ปัตตานี ร่วมแถลงความคืบหน้าเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.60 และเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งยังนำตัว 2 ผู้ต้องหาร่วมกันวางแผนก่อเหตุขว้างระเบิดใส่จุดตรวจและระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง 6 จุด ในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มาร่วมแถลงข่าวอีกด้วย
 
ด้านผู้ต้องหารายแรกให้การรับสารภาพว่า เป็นระดับแกนนำสั่งการและปฏิบัติการคนสำคัญของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ทั้งนี้จากการบูรณาการของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย นำไปสู่การขยายผลสามารถยึดอาวุธปืนเอ็ม 79 อาวุธปืนสั้น กระสุนปืนสงคราม และอุปกรณ์ในการก่อเหตุหลายรายการ ส่วนแผนการก่อเหตุแต่ละครั้งจะมีการตัดตอนไม่ให้ระดับผู้ปฏิบัติทราบ เพื่อเลี่ยงการถูกติดตามจับกุม การกระทำแต่ละครั้งไม่มีเงินสนับสนุน ต้องอยู่อย่างอดอยากโดยที่ขบวนการไม่ได้ช่วยเหลือดูแล กลับกันยังข่มขู่จะเอาชีวิตหากมีการทรยศ ทำให้ไม่มีทางเลือก ส่วนเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซีที่เกิดขึ้น แม้แต่ตนยังยอมรับไม่ได้ กระทำการโหดร้ายต่อคนศาสนาเดียวกัน ทั้งเด็กและผู้หญิงต้องมารับผลกระทบ จากการปลูกฝังอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนไม่เคยสอนให้ต้องทำร้ายคนศาสนาเดียวกัน มองว่าอุดมการณ์ของขบวนการในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของการต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัว
 
 
ขณะที่ผู้ต้องหาอีกราย กล่าวว่า รับหน้าที่ประสานให้ช่วยอำนวยความสะดวกกลุ่มก่อเหตุขว้างระเบิดใส่จุดตรวจในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้กระทำผิด มีตนเองอยู่ด้วยจึงตัดสินใจเข้ามารายงานตัว เพราะต้องหลบหนี อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ กลุ่มขบวนการไม่ได้ช่วยเหลือและไม่รู้จะพึ่งใคร จึงต้องหันหลังให้และเข้าหาฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐให้ช่วยเหลือ เพราะเป็นห่วงครอบครัวที่ถูกขู่ปองร้าย พร้อมยอมรับว่าขบวนการไม่มีอุดมการณ์ตามที่คิดไว้ เพราะไม่เล็งเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชน เหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซีเป็นสิ่งที่ตนรับไม่ได้ที่ผ่านมา ขบวนการไม่ได้ให้อะไรเลย ทุกครั้งที่ก่อเหตุใช้เงินส่วนตัว ขบวนการไม่เคยให้ทุน สิ่งที่ทำคิดเสมอว่าประชาชนเดือดร้อน แต่ที่ทำเพราะมีคนสั่งไม่ทำ ตนและครอบครัวจะเดือดร้อน จากนี้ไปขอให้ดูแลครอบครัวตนให้ปลอดภัยด้วย
 
 
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำ นายสูฮัยมี สะมาแอ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกที่โรงเรียนตาดีกา ประจำมัสยิดบ้านตากอง อ.หนองจิก ซึ่งเป็นจุดวางแผนก่อเหตุ มีผู้ร่วมก่อการ 9 คน ส่วนจุดที่ 2 ที่มัสยิดบ้านเกาะเปาะ ต.เกาะ อ.หนองจิก เป็นจุดนัดพบและปล้นฆ่าเจ้าของรถยนต์กระบะคาร์บอมบ์ และจุดที่ 3 บริเวณคูน้ำข้างทาง ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก เป็นจุดทิ้งศพเจ้าของรถกระบะ ก่อนจะนำไปประกอบระเบิดรถคาร์บอมบ์และไประเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/0jUSC52PhOY
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ