27 พ.ค. 2560
56,644 ครั้ง

ตร.ระบุสอบ 'ทอม-สามี' คดีฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะไม่พบพิรุธ เผยมีทอมอีกคนมาติดพันคนตาย

ความคืบหน้าคดีพบศพ น้องแอ๋ม สาวคาราโอเกะ อายุ 22 ปี ถูกฆ่าหั่นศพยัดใส่ถังดำ 2 ใบ พร้อมกับฝังดินในป่า อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมทั้งเรียกสอบบุคคลใกล้ชิดกับผู้ตายจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย เพื่อนสาวที่เป็นทอม และวัยรุ่นที่ร่วมวงดื่มสุรากับเพื่อนสาวที่เป็นทอม อายุ 18-20 ปี อีก 3 ปาก โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา โดยทั้งหมดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีและยังไม่พบพิรุธแต่อย่างใด

 

 

ต่อมามารดาของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ตามนัดเพื่อชี้ภาพยืนยันตำหนิ รูปพรรณสัณฐาน ว่าใช่ผู้ตายหรือไม่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดภาพให้มารดาผู้ตายดู มารดาผู้ตายก็รีบหันหน้าหนีและร้องไห้ทันที พร้อมกับยืนยันว่าเป็นลูกสาวตัวเองจริง ซึ่งทาเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการนำ DNA ระหว่างมารดาผู้ตายกับน้องแอ๋มไปตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนต่อไป

 

ล่าสุด พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เปิดเผยว่าจากการสอบสวนมารดาคนตาย ยืนยันว่าศพที่ถูกฆ่าหั่นสองท่อนนั้นเป็น คือ น้องแอ๋ม อายุ 22 ปี ลูกสาวตัวเองจริง และยังเผยอีกว่าลูกสาวได้แต่งงานกับ ศักดิ์ชัย บาทเต็มดี อายุ 35 ปี ด้วยความเต็มใจ และมีการคบหากับสาวทอม ทั้งก่อนและหลังแต่งงานจริง โดยตอนนี้การสืบสวนเน้นที่ประเด็นชู้สาว ที่มีบุคคลเข้ามาพันพันกับคนตาย ซึ่งในประเด็นนี้ชุดสืบสวนได้สอบทั้งสาวทอม และสามีคนตาย ซึ่งการสอบสวนสามีคนตายยังไม่พบพิรุธ แต่รายละเอียดอื่นๆไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมทั้งประเด็นชิงทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินของผู้ตายที่เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 หายไป รวมทั้งการกดเงินจากบัญชีของผู้ตาย

 

ฉะนั้นการสืบสวนในคดีฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะในขณะนี้ จึงสรุปว่า พบตัวบุคคลต้องสงสัยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆได้ เพราะต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบเป็นหลักฐานก่อน คาดว่าจะสามารถจับกุมได้ในไม่ช้าแน่นอน

 

ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวว่า ขณะนี้การสอบปากคำเสร็จสิ้นไปแล้ว 7 ปาก โดยเฉพาะสาวทอมที่ชื่อ ป๊อปปี้ และ สามีของผู้ตาย ไม่พบปมพิรุธแต่อย่างใด ทำให้การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ขณะนี้ได้แกะรอยตามเส้นทางของผู้ตาย ตั้งแต่ภาพวงจรปิดที่พบที่ติดตั้งอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ริม ถ.เหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่ยังคงเห็นผู้ตายยืนคุยโทรศัพท์อยู่จากนั้นก็ไม่มีพบตัวอีกเลย แต่ชุดสืบสวนก็ยังคงแกะรอยต่อไปจนพบรถต้องสงสัย ที่คาดว่าจะรับตัวน้องแอ๋มไป

 

ขณะที่ นายศักดิ์ชัย สามีผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ได้คบหาดูใจกับผู้ตายเมื่อเดือน พ.ย. 2559 ก่อนที่จะแต่งงานกันในเดือน ก.พ. โดยรู้มาตลอดว่าผู้ตายนั้นเป็นคนที่ชอบคบหากับทอมและพูดคุยกับทอมหลายคน แต่เพราะรักจึงไม่ได้คิดอะไร แต่ด้วยที่ต้องทำงานหาเงินเพื่อสร้างครอบครัว จึงต่างคนต่างทำงานกัน ครั้งสุดท้ายที่พบกับภรรยาคือวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งผู้ตายได้เดินทางกลับมาจากชัยนาท เพื่อมาพักผ่อนด้วยกันที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนเองก็ไปรับ วันนั้นจำได้ว่ามีปากเสียงกันเพราะภรรยาขอไปหางานทำที่ขอนแก่น จึงห้ามไม่ให้เดินทางไปอีกเพราะกลัวจะมีปัญหาเรื่องคบหากับทอม ภรรยาจึงไม่พอใจไปขอกลับไปพักที่บ้านพ่อ ซึ่งเช่าบ้านอยู่ติดกันที่กรุงเทพฯ และวันที่ 6 พ.ค. ผู้ตายก็เดินทางมาที่ขอนแก่น

 

จากนั้นก็ไม่พบหน้ากันอีกเลย แต่ก็ติดต่อกันโดยตลอดทั้งทางโทรศัพท์และทางเฟชบุ๊ก โดยครั้งล่าสุดที่คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค. เวลา 23.47 น. ซึ่งได้ติดต่อไปทางเฟชบุ๊คและได้โทรศัพท์คุยกัน ซึ่งผู้ตายก็ยังคงอ้อนกันตามปกติ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานก็ได้หลับไป จากนั้นก็พยายามติดต่อภรรยาอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันที่ 23 พ.ค.ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งมาทราบข่าวอีกครั้งเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมาว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว จึงรีบเดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

 

นายศักดิ์ชัย กล่าวต่ออีกว่า  "ป๊อปปี้" ตนทราบว่าคือทอมสาวที่มาติดพันและตนเองก็ทราบว่าภรรยานั้นคุยอยู่กับเพื่อนสาวคนนี้อยู่ที่ จ.ขอนแก่น แต่ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย.มีทอมสาวชื่อ “เบน” ซึ่งอยู่ที่ จ.ชัยนาท นั้นได้มาติดพัน และได้มีการทำร้ายร่างกายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ รพ.

 

 

 

 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xfcBr35grr8

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ