05 มิ.ย. 2560
7,614 ครั้ง

ดีเอสไอ โต้ ‘บอย ยูนิตี้’ ฟ้อง 50 ล้าน เผยเป็นการใช้สิทธิ ชี้ต้องสุจริตจริง

          กรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณี นายภาณุศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ เจ้าของบริษัทรถหรูแห่งหนึ่งได้ไปยื่นฟ้องร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อศาล ซึ่งด้วยคดีดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐและคดีเป็นที่สนใจของสาธารณะ จึงขอชี้แจงประเด็นดังกล่าว ดังนี้

          1. กรณีดังกล่าว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้อาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน (รถยนต์) ไว้เป็นของกลางในคดีพิเศษเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีและมีอำนาจตามกฎหมายจะยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วจะคืนแก่ผู้ต้องหาหรือแก่ผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอ เว้นแต่ ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85

           2. เมื่อบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด เห็นว่า การกระทำของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้บริษัทได้รับความเสียหายย่อมเป็นสิทธิตามกฎหมายที่บุคคลดังกล่าวจะใช้สิทธิในทางศาลฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ แต่การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องใช้สิทธิโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5

          3. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเรียนว่า การสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในหลาย ๆ คดีที่สำคัญและมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นักการเมืองที่มีตำแหน่งและถืออำนาจรัฐ ผู้มีขีดความสามารถทางด้านการเงินสูง จะมีการยื่นฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อศาลแพ่งหรือศาลอาญาหลายครั้งหลายคราว ทั้งที่สุจริตบ้างและไม่สุจริตบ้าง ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของฝ่ายผู้ต้องหา เพื่อจะใช้อำนาจศาลเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานและทำลายความน่าเชื่อถือและน้ำหนักของพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ประเทศไทยถือว่าเป็นกลไกในระบบของกระบวนการยุติธรรมที่เปิดโอกาสให้ศาลมีการตรวจสอบ-ถ่วงดุลการใช้อำนาจของรัฐอยู่แล้ว อันถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีข้อห้ามในเรื่องความผิดการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

          4. สำหรับผู้บริโภคและผู้เสียหายที่ถูกบุคคล หรือคณะบุคคลหลอกลวงให้ซื้อรถยนต์โดยมิชอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตระหนักถึงปัญหานี้มาก จึงได้หารือร่วมกับกรมศุลกากรแล้ว เห็นว่า สำหรับผู้เสียหายหรือเจ้าของหรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้อง ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดของผู้นำเข้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะอนุญาตให้สามารถรับรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์โดยไม่มีประกันหรือมีประกัน ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85/1 โดยเร็ว

          5. สำหรับรถยนต์ของกลางที่ปรากฏหลักฐานว่า เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากต่างประเทศ เนื่องจากตามกฎหมายและข้อตกลงจะต้องมีการส่งรถยนต์คืนให้กับประเทศผู้เสียหาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงยังไม่อาจอนุญาตให้ผู้เสียหาย หรือเจ้าของ หรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องนำรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ได้ในขณะนี้ ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมศุลกากร อยู่ระหว่างหารือเพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับเรื่องนี้ให้กับผู้บริโภคและผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน-พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุเจ้าหน้าที่ทำตามกฏหมาย และหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง ซึ่งหากบริษัทรถต้องการฟ้องเรียกค่าเสียหายสามารถทำได้ตามสิทธิ์ และขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบราคารถที่แท้จริงในท้องตลาด

ภาพ : มติชน

 

 

 

 

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ