22 ม.ค. 2557
6,075 ครั้ง

การเมืองหลังพ.ร.ก. ฉุกเฉิน

นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย มองการเมืองยังไม่เห็นทางออก ทุกอย่างเหมือนเดินหน้าเข้าสู่โหมดแตกหัก พร้อมทั้งกล่าวว่าภายหลังจากการลงพื้นที่การชุมนุม ยอมรับว่าคู่ขัดแย้งไม่อยู่ในสภาวะที่ไว้วางใจ และเกรงว่าการพูดคุยจะทำให้อีกฝ่ายชิงจังหวะทางการเมือง ซึ่งการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อวานนี้ เป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลก็ไม่ยอมถอย เป็นการเปิดทางให้กองทัพมาดำเนินการแต่ถูกปฏิเสธ ซึ่งการชุมนุมที่เกิดขึ้นของกปปส. ไม่ถึงขั้นเป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติ หรือนานาชาติยอมรับให้รัฐบาลใช้กฎหมายพิเศษฉบับนี้

 

นายสุนัยแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ตนมองว่าไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเมื่อการปฏิบัติก็เหมือนเดิม ไร้การเคอร์ฟิว,เซนเซอร์สื่อและสลายม็อบ ซึ่งข้ออ้างที่รัฐบาลใช้กับกปปส.ก็ไม่เข้าเกณฑ์ต่อการออกกฎหมายฉบับนี้ เห็นได้จากกลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้ง ก็ไม่เห็นด้วยกับการออกพรก.ฉุกเฉินในครั้งนี้ มิหนำซ้ำยังเป็นการยั่วยุให้ผู้ชุมนุมฮึกเหิม เหมือนการเรียกแขก เห็นได้จากการที่ม็อบบุกสตช.

 

ทั้งนี้มองว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.เปรียบเป็นการชี้เป็นชี้ตายว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันเลือกตั้งจริง คาดการณ์ว่าจะเกิดกระบวนการขัดขวางการเลือกตั้งอย่างเข้มข้น และอยากให้ทุกฝ่ายยกเหตุการณ์ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นและการรับสมัครเลือกตั้งที่ภาคใต้มาเป็นบทเรียน โดยผู้ชุมนุมอาจแสดงการคัดค้านการเลือกตั้ง แต่ต้องไม่ขัดขวางสิทธิ์ผู้อื่นไปลงคะแนน และภาครัฐควรประกาศให้ชัดเจนก่อนจะใช้มาตรการใดๆรับมือ โดยเน้นใช้มาตรการ "เชิงรับ" กับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น มิใช่ "เชิงรุก" เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงใดๆขึ้นอีก

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ