23 ม.ค. 2557
4,300 ครั้ง

กลุ่มขั้วที่3ออกแถลงการณ์ เปิดร่างพิมพ์เขียวถอยคนละก้าว

 

นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำกลุ่มขั้วที่ 3 คัดค้านความรุนแรง ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ค เสนอร่างพิมพ์เขียว “ถอยคนละก้าว ปฏิรูปอย่างสันติ” มีรายละเอียดดังนี้

 

จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ดำเนินมากว่า 2 เดือนและดำรงอยู่ในขณะนี้ อันเกิดจากความขัดแย้งอย่างยิ่งระหว่างฝ่ายรัฐบาลที่จะยังคงปฏิบัติงานต่อไปตามอำนาจที่ระบุไว้ในข้อกฎหมายโดยยึดมั่นในหลักการนิติรัฐ และฝ่าย กปปส. ที่เรียกร้องให้รัฐบาลออกจากอำนาจและดำเนินการปฏิรูปสังคมให้มีจริยธรรมทางการเมืองมากขึ้น ตามแนวทางนิติธรรม ความขัดแย้งนี้ ได้นำไปสู่ความบาดหมางเกลียดชังกันของผู้คนในชาติ เกิดความเสียหายตามมาอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อีกทั้งยังก่อให้เกิดความรุนแรง มีการบาดเจ็บล้มตาย เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย จนอาจถึงขั้นเกิดการปะทะกันนองเลือดขึ้นได้จากทั้ง 2 ขั้วฝั่งที่ยังคงไม่ลดราวาศอกกันอยู่เช่นนี้

 

กลุ่ม “ขั้วที่ 3 คัดค้านความรุนแรง” ซึ่งเป็นกลุ่มของประชาชนคนธรรมดา ที่มีทั้งผู้ที่สนับสนุนและผู้ที่คัดค้านแนวคิดของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่าย กปปส. แต่มุ่งหวังจะเห็นความสงบสันติเกิดขึ้นในประเทศ หวังจะเห็นการต่อสู้กันทางการเมืองด้วยวิธีการที่เป็นประชาธิปไตย หวังที่จะเห็นคนไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ในผืนแผ่นดินเดียวกัน แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน จึงขอเสนอตัวเป็นคนกลางในการที่จะดึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับมาสู่เวทีเจรจากันอีกครั้ง เพื่อหาทางออกให้กับแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน

 

กลุ่มขั้วที่ 3 ขอเสนอให้ทั้ง 2 ฝ่ายกรุณาเปิดใจศึกษาแนวทางในการเจรจาระหว่างกัน ตามร่างพิมพ์เขียว “ถอยคนละก้าว ปฏิรูปอย่างสันติ” ดังข้างล่างนี้ และพิจารณาความเป็นไปได้ก่อนที่จะเปิดการเจรจา หาแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป โดยอยู่บนพื้นฐานของการยอม “ลด” ระดับข้อเรียกร้องของฝ่ายตนเองลงและพยายาม “ให้” ในสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องบ้าง เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ตึงเครียดน้อยลงและนำไปสู่เส้นทางที่จะทำให้เกิด “การปฏิรูป” ทางการเมืองขึ้นได้จริง โดยไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง เกลียดชังกัน หรือบาดเจ็บล้มตายกันอีก

 

ร่างพิมพ์เขียว “ถอยคนละก้าว ปฏิรูปอย่างสันติ” มีเป้าหมายโดยสรุปคือ “ดำเนินการให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ให้สำเร็จ แล้วจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชั่วคราวร่วมกันจากคนนอก เพื่อดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรมในเวลาอันสั้นเพียงประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2558” โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1. ขอให้ทางกลุ่ม กปปส. ลดระดับการปิดกรุงเทพฯ และระงับการปิดหน่วยงานราชการต่างๆ รวมทั้งการขัดขวางกระบวนการรับสมัครและการลงคะแนนเลือกตั้ง แต่ยังสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่ในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสงบปราศจากอาวุธ โดยเสนอให้ใช้พื้นที่สาธารณะ ดังเช่น ท้องสนามหลวง เป็นเวทีใหญ่ในการชุมนุมต่อไป

 

2. ขอให้รัฐบาลลดระดับการควบคุมรักษาความสงบ จากที่ประกาศใช้ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน ทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ลดลงมาเป็นการใช้ พรบ. ความมั่นคง เช่นเดิมในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความปลอดภัยเพียงพอ เหลือการใช้ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน ไว้เพียงแค่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการปฏิบัติการของมือที่ 3 เพื่อแสดงความจริงใจของรัฐบาลในการร่วมแก้ปัญหาครั้งนี้

 

3. ขอให้การเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ได้เกิดขึ้นโดยสงบสันติปราศจากการคุกคามใดๆ ตามพระราชโองการโปรดเกล้าให้พลเมืองทุกคนไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามรัฐธรรมนูญ โดยให้ถือการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเชิงสัญลักษณ์ ผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลสามารถไปโหวตเลือกพรรคร่วมรัฐบาล ผู้ที่คัดค้านรัฐบาลก็สามารถโหวตเลือกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผู้ที่สนับสนุน กปปส. หรือพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งไม่ได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนั้น ก็สามารถรณรงค์กันไปโหวต “No” แทน เพื่อเป็นภาพสะท้อนว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาลในนโยบายต่างๆ ที่เคยทำมา

 

4. เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. ได้มาทำสัตยาบัญร่วมกัน ในการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการปฏิรูปการเมืองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในปี พ.ศ. 2558

 

5. ขอให้สภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งมาใหม่นี้ ดำเนินการเลือก ส.ส. ที่มาจากพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงโหวตสูงสุด เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชั่วคราว ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดและตามจารีตทางการเมืองที่เคยกระทำมา โดย ส.ส. ผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ขอให้ไม่ใช่เครือญาติของ ฯพณฯท่าน อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เพื่อลดข้อครหาและความรุนแรงทางการเมืองลง

 

6. ขอให้นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ร่วมกับตัวแทนของพรรคการเมืองทุกพรรคในสภาฯ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. ดำเนินการสรรหาคณะรัฐมนตรีร่วมกัน โดยรัฐมนตรีใหม่ทุกท่านจะต้องมาจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดๆ มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ ประวัติและความชำนาญในการทำงานเป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมกับตำแหน่งในกระทรวงนั้นๆ และให้มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของกระทรวงตามแผนและนโยบายระยะยาวของกระทรวง ไม่ใช่การมาเสนอหรือผลักดันนโยบายใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ของตนเอง

 

7. ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันออก พรบ. นิรโทษกรรม (3 วาระรวด) ให้กับผู้ที่มาชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีของการกระทำผิดกฏหมายอาญาที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของผู้อื่น เพื่อให้เกิดบรรยากาศการปรองดองร่วมกันในการหาทางออกของประเทศครั้งนี้

 

8. ขอให้สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษ เพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปการเมืองโดยเฉพาะ โดยให้มีทั้งตัวแทน ส.ส. และ ส.ว. รวมทั้งตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กปปส. และนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ ซึ่งการปฏิรูปทางการเมืองนี้สามารถนำเอกสารที่ได้เคยมีการจัดทำไว้แล้วในอดีต มาพิจารณาได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการจัดทำใหม่อีกครั้ง

 

9. ขอให้การทำงานของคณะกรรมาธิการร่วมปฏิรูปการเมืองนี้ดำเนินการโดยเร็ว และมีแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมออกมาภายใน 2-3 เดือน ว่าจะมีการแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญข้อใดบ้าง ก่อนที่นำมาลงมติในทั้งสองสภาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพียงแต่ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำเป็นจะต้องมีการทำประชามติตามมาด้วยเพื่อให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยให้แนวทางไว้

 

10. ขอให้นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลแห่งชาติ ดำเนินการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งใหม่ หลังจากนั้นแล้ว ให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นโดยดุษฎี ไม่มีการออกมาเรียกร้องให้ล้มผลการเลือกตั้งอีก เพื่อให้รัฐบาลใหม่ได้ทำงานตามนโยบายที่ตนได้หาเสียงไว้อย่างเหมาะสม ตามระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

 

เวทีที่เป็นกลางในการเจรจากันระหว่างแกนนำทั้ง 2 ฝ่ายนั้น ทางตัวแทนของกลุ่ม “ขั้วที่ 3 คัดค้านความรุนแรง” คือ รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ยินดีที่จะประสานงานให้ใช้สถานที่ในสถาบันการศึกษาที่เหมาะสม โดยหวังที่จะทำให้เกิดการจัดทำ “ปฏิญญา” ร่วมกันในสถาบันการศึกษาที่เปรียบเหมือนเสาหลักหนึ่งของประเทศ ในที่สุด

 

ร่างพิมพ์เขียวดังกล่าวข้างต้นนี้ กลุ่ม “ขั้วที่ 3 คัดค้านความรุนแรง” ยอมรับว่าอาจจะไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับจากทั้ง 2 ขั้วฝ่าย แต่หวังว่าจะเป็นร่างตุ๊กตาที่เป็นรูปธรรมเพียงพอที่จะให้สามารถนำมาพิจารณาและเป็นแนวทางเริ่มต้นในการเจรจากันได้ เพื่อที่ประเทศชาติของเราจะยังดำคงอยู่อย่างสงบสันติ และเพื่อไม่ให้ลูกหลานไทยของเราจะต้องเกิดและมีชีวิตอยู่ในสังคมที่เกลียดชังกันและนองเลือดกันเช่นนี้อีกต่อไป

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ