23 ม.ค. 2557
4,384 ครั้ง

มุมมองการเมืองขั้วที่3

 

อ.เจษฎา บอกว่าหลังออกรายการครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีคนเห็นด้วยกับแนวคิดขั้วที่ 3 จำนวนมาก ผ่านเฟซบุ๊ค โดยมีความกังวลถึงการปะทะกันของคน 2 ขั้ว ในห้วงเวลาที่เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง โดยอยากเสนอให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเจรจา เพราะรู้ว่าทั้งรัฐบาลและกปปส.ก็มีเจตนาดีต่อประเทศชาติ ดังนั้นต้องคุยกัน และลดข้อเสนอลงไปก่อน

 

โดยขอเสนอให้เลือกตั้งเชิงสัญลักษณ์ พร้อมปฏิรูปก่อนที่จะเลือกตั้งอย่างแท้จริงในปี 58 เพื่อคลายสถานการณ์ พร้อมยินดีให้ทั้ง 2 ฝ่ายใช้สถานที่จุฬาฯ เจรจาได้ โดยทั้ง 2 ฝ่ายแสดงความจริงใจด้วยการลดระดับลง อย่างรัฐบาลก็ลดการใช้พรก.ฉุกเฉิน เหลือแค่พรบ.มั่นคง ส่วนกปปส.ก็ลดพื้นที่การชุมนุม และไม่ขวางเลือกตั้ง

 

นอกจากนี้ขอเสนอให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เดินหน้าต่อ ส่วนในเชิงสัญลักษณ์ ใครชอบเพื่อไทยก็เลือกเพื่อไทย แต่ถ้าชอบปชป.-กปปส.ก็ให้โหวต NO

 

พิมพ์เขียว ขั้วที่ 3

 

อ.เจษฎา ระบุว่าถ้าเลือกตั้งไปแล้ว ให้คนในสภาเลือกนายกฯจากส.ส.ตามจารีต แต่ต้องเป็นคนที่ไม่เป็นชนวนความขัดแย้ง เช่น ยิ่งลักษณ์ ฯลฯ โดยเมื่อได้นายกฯแล้ว ก็ให้มีการตั้งครม.ชั่วคราว โดยสรรหาคนที่มีความสามารถผ่านกลุ่มการเมืองต่างๆ บริหารงานช่วงรอยต่อ

 

โดยส่วนตัวมองข้อเสนอ สภาประชาชนของ กปปส.ยังไม่มีความชัดเจน จึงเสนอให้ใช้ช่องทางที่สามารถทำได้ ตามรธน. คือตั้งกมธ.ปฏิรูปในระยะสั้น 2-3 เดือน โดยผลที่ได้จาก กมธ. อาจมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วให้ประชาชนลงประชามติ เพื่อได้กติกาใหม่ และนำไปสู่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์และได้รับการยอมรับ

 

ทั้งนี้ยังย้ำแนวทางที่เสนอมานี้ สามารถทำได้ในรธน. ไม่ละเมิด และทุกพรรคจะแข่งขันเชิงนโยบายมากขึ้น และเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่แท้จริง โดยมองว่า "ทางออก" นั้นมีอยู่ หรือจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกฝ่ายเริ่มต้นที่จะ "เจรจา" หรือ "พูดคุยกัน"

 

โดยตนอยากขอกราบให้ทุกฝ่ายถอย และลดความรุนแรง เพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีการสังเวยชีวิตให้กับเรื่องเหล่านี้มานานแล้ว ถ้าเป็นนายกแล้วมีตำรวจเสียชีวิต หรือเป็นแกนนำแล้วมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตก็พร้อมถอยสุดทาง ทั้งนี้เชื่อว่าสัปดาห์หน้า เป็นช่วงเวลาสุ่มเสี่ยงของการนองเลือด พร้อมชี้ไม่มีฝ่ายใดได้อะไรทั้งหมด ต้องยอมเสียคนละหน่อยเพื่อชาติ

 

นอกจากนี้ได้ยกตัวอย่าง "ประชานิยม" ว่าจะเป็นนโยบายได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเวทีเจรจาเช่นเดียวกัน ทุกฝ่ายต้องเริ่มจากการ "คุยกัน" ซึ่งส่วนตัวมอง 2 ฝั่งเดินมาจนสุดทาง ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมองว่าเป็นคนไทยด้วยกัน ต้องลดการสร้างค.เกลียดชังขึ้นมา หรือมองฝั่งตรงข้ามเป็นสัตว์

 

ทั้งนี้ยอมรับว่าขั้วที่ 3 โดนตั้งแต่แรก และถูกทั้ง 2 ฝั่งไม่ชอบและ วิจารณ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างของสังคมที่เปลี่ยนไป

 

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ