18 ก.ค. 2560
5,551 ครั้ง

จับ 'ทนายพิสิษฐ์' โกงเงินน้องบีม อ้างเอาไปเรียนต่อ จ่อดำเนินคดีคนให้ที่พักพิง

จากกรณีที่นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี และลูกสาว เด็กหญิงภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม อายุ 14 ปี ถูกทนายความยักยอกค่าสินไหมทดแทน หลังเกิดอุบัติเหตุถูกรถชน เป็นเงินถึง 5 ล้านบาท ทำให้ต้องเข้าร้องทุกข์ต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ช่วยเหลือนั้น

 

ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงหลังเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 เวลา 02.50 น.สามารถจับกุมตัวนายพิสิษฐิ์ สัมมาเลิศ ผู้ต้องหาฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ พร้อมกับ นางสาวฐิตาภา สวัสดี ผู้ต้องหาฐานร่วมกันฉ้อโกงและสนับสนุนยักยอกทรัพย์สิน ที่ร่วมกันฉ้อโกงยักยอกเงินค่าสินไหมทดแทนในคดีของน้องบีม

 

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสอง หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่อาคารแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี โดยระหว่างผู้ต้องหาทั้งสองลงจากคอนโดกำลังจะขึ้นรถนั้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว และแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

 

ส่วนผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งคือ นางสาวพรปวีณ์ ชูแก้ว ผู้ต้องหาฐาน ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารปลอม และสนับสนุนยักยอกโดยเป็นผู้จัดการทรัพย์สินนั้น ถูกควบคุมอยู่ที่เรือนจับกลางจังหวัดชุมพร ในข้อาเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ไปอายัดตัวไว้แล้ว

 

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายพิสิษฐิ์ให้การรับสารภาพว่าได้รับเงินจากบริษัทประกัน ที่เป็นคู่กรณีที่ชดใช้เป็นค่าสินไหมทดแทนเรียบร้อยแล้ว จํานวน 4 ล้านบาท โดยนายพิสิษฐิ์หักไว้จํานวน 5 แสนบาท เป็นค่าทนาย ส่วนอีก 3,500,000 บาท ทางบริษัทประกันได้จ่ายเป็นเช็คใบละ 1 แสนบาท จํานวน 35 ใบ โดยผู้ต้องหาอ้างว่า นางสาวพรปวีณ์ เป็นผู้รับเงินก้อนดังกล่าว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้ จะให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำ นางสาวพรปวีณ์ ภายในเรือนจํา

 

พร้อมกันนี้จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 โดยโทษดังกล่าวมีอัตราโทษ จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปขออํานาจศาลจังหวัดตลิ่งชันฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติการณ์หลบหนี และจะเร่งให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีให้เสร็จ ภายในฝากขังผัดแรก พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ได้มอบเงินส่วนตัวจำนวนนึง ให้กับครอบครัวของน้องบีม เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

 

จากการสอบถามว่านำเงินที่ได้ไปทำอะไรนั้น นายพิสิษฐ์ บอกว่า นำเงิน 5 แสนบาท ที่ได้ไปใช้จ่ายส่วนตัว และศึกษาต่อระดับปริญญาเอก แต่ทางตํารวจและครอบครัวผู้เสียหายยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวนำไปใช้ทําอะไรบ้าง พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้ไปสืบทรัพย์ของผู้ต้องหา เพื่อติดตามเอามาคืนให้กับครอบครัวน้องบีม แต่จาการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการผ่านชำระ

 

ด้านนางสาวพรทิพย์ แม่ของน้องบีม ที่เดินทางเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับชี้ตัวผู้ต้องหา และร่วมแถลงข่าว ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนพร้อมน้ำตาว่า รู้สึกดีใจ และเป็นวันที่ครอบครัวรอคอย พอมาเจอกับนายพิสิษฐ์ ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษตนเอง ซึ่งตนคิดว่าคงจะไม่ได้เงินที่ถูกยักยอกไปคืน พร้อมบอกอีกว่า น้องบีมได้มากระซิบ บอกว่าอย่าให้แม่ใจอ่อน สงสารนายพิสิษฐิ์ ทั้งนี้ก็ต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย ก่อนหน้านี้เคยพูดกับลูกว่าให้คิดเสียว่าเงินก้อนดังกล่าวไม่ใช่ของเรา แต่เมื่อมาถึงวันนี้ก็รู้สึกขอบคุณทางเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนที่ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่

                

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WFOWxyNWgP8

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ