13 ก.ย. 2560
7,210 ครั้ง

แม่เครียดจัด ลงมือสังหารลูกสาวออทิสติกทั้งน้ำตาในวันเกิด พบประวัติเคยรักษาโรคประสาท

จากกรณีแม่รัดคอลูกสาววัย 15 ปี ที่เป็นเด็กออทิสติก ภายในหอพัก ย่านถนนงามวงศ์วาน ก่อนจะซื้อเบียร์มากินพร้อมกับยานอนหลับจำนวนหลายเม็ด หวังฆ่าตัวตายตาม แต่เกิดอาเจียนออกมา และหมดสติ พอตื่นขึ้นมาก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ อีกทั้งยังอ้างว่ามีความเครียดสะสม ตามที่รายการได้นำเสนอไปแล้วนั้น

 

ล่าสุดวานนี้(12 ก.ย.) พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพว่า เอาผ้ามัดคอลูกจริง เนื่องจากมีอาการเครียด เพราะต้องเลี้ยงดูบุตรสาวที่เป็นออทิสติกเพียงคนเดียว และไม่นานนี้ก็เพิ่งออกจากงาน จึงไม่อยากให้เป็นภาระของคนอื่น

 

ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยได้รับหารรักษาที่โรงพยาบาลประสาทเมื่อปี 2557 ส่วนยาระงับประสาทที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นยาที่รับมาจากโรงพยาบาล ตอนนี้ตัวผู่ก่อเหตุยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประสาท เพื่อรอดูอาการ หลังพยายามกินยาฆ่าตัวตาย

 

พลตำรวจโทศานิตย์ บอกอีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะต้องเชิญแพทย์มาวินิจฉัยอาการว่า ขณะก่อเหตุมีอาการประสาทหรือไม่ ถ้าระหว่างที่ก่อเหตุมีอาการทางประสาท จะถูกละเว้นการดำเนินคดีตาม ป วิอาญามาตรา 65 วรรคแรก แต่ตำรวจเชื่อว่า น่าจะรู้ตัวในระหว่างการก่อเหตุ แต่ในชั้นสอบสวนและพิจารณาจะต้องให้แพทย์ลงความเห็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องนำจดหมายลาตายของผู้ก่อเหตุ ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ว่าเป็นลายมือของผู้ก่อเหตุหรือไม่ และต้องพิสูจน์ว่าเขียนก่อนหรือหลังการก่อเหตุ

 

ด้าน พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุได้รับว่าขอความช่วยเหลือ เนื่องจากทานยาเกินขนาด แต่พอไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีผู้เสียชีวิต ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุเอง แต่ซักถามได้ไม่นาน ก็ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ได้สติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประสาท เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยพี่สาวของผู้ก่อเหตุยังให้ข้อมูลอีกว่า น้องสาวต้องสูญเสียสามี ทำให้ต้องมาเป็นเสาหลักของครอบครัว อีกทั้งล่าสุดยังออกจากงาน จึงน่าจะมีอาการเครียด

 

ผู้กำกับ ยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุ เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 15 ปี ของเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตอีกด้วย

 

ขณะที่ผู้ดูแลหอพักดังกล่าว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ที่ก่อเหตุมาอยู่ที่หอพักได้ประมาณ 3 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะชำระค่าเช่าห้องตรงตามเวลา ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ซึ่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาก็ยังได้พูดคุยกันอยู่ ก็ไม่มีอาการผิดปกติหรือเครียดแต่อย่างใด ส่วนลูกสาวของผู้ก่อเหตุปกติแล้วจะอยู่ที่ดูแลเด็กพิเศษ จะกลับมาอยู่ที่หอพักอาทิตย์ละครั้ง แต่ล่าสุดกลับมาอยู่ที่หอพักเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว เนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วย

 

ซึ่งจากการสังเกต ผู้ก่อเหตุเป็นคนที่รักลูกสาวมาก เวลาออกไปทำงาน ช่วงกลางวันก็จะกลับเอาอาหารมาให้ และช่วงเย็นก็จะซื้ออาหารมาฝากลูกสาวจำนวนมาก ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

 

ด้านแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุอาจมีความเครียดสะสมจากหลายปัจจัย ซึ่งจากข่าวก็พอทราบได้ว่า มีความเครียดจากการที่ลูกเป็นออทิสติก สูญเสียสามี และเพิ่งจะออกจากงาน จึงทำให้เครียดจนคิดจะลงมือทำร้ายตัวเอง แต่อาจคิดว่าหากตัวเองตายแล้ว ลูกจะเป็นภาระของคนอื่น จึงต้องตัดสินใจฆ่าลูกสาวด้วย

 

ส่วนที่ว่าโรคซึมเศร้าจะส่งผลถึงขั้นที่ไม่มีสติเลยหรือไม่นั้น แพทย์หญิงอัมพร บอกว่า โรคซึมเศร้าอาจส่งผลรุนแรงจนมีอาการหลอน แต่อาจมีส่วนน้อย บางคนอาจมีสติ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดได้

 

แพทย์หญิงอัมพร ยังฝากบอกประชาชนว่า หากใครกังวลว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีเรื่องเครียดที่ไม่สามารถบอกใครได้ สามารถโทรมาที่เบอร์ 1323 สายด่วนกรมสุขภาพจิต เพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำได้  

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q9kAzqkeKOs

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ