03 ก.พ. 2557
9,461 ครั้ง

การเมืองหลังเลือกตั้ง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส. กทม.เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อ 2 ก.พ. 57 ไม่มีผลสะท้อนต่อการเมืองไทย เพราะเลือกตั้งออกมาแล้วทุกอย่างไม่จบ ผู้มาใช้สิทธิไม่ถึง 50% ถ้าจะให้วิเคราะห์ก็มั่นใจว่าถ้าภาคใต้เปิดหีบได้ ตัวเลขคนมาเลือกตั้งเฉลี่ยจะน้อยกว่านี้

ทั้งนี้ชี้ว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทางออก ดูจากจำนวนที่คนไม่ออกมาเลือกตั้ง มองว่าถ้าคนต้องการเลือกตั้งจริงตัวเลขผู้มาเลือกตั้งจะมากกว่านี้ และถ้าเจาะตัวเลขแต่ละหน่วยจะพบว่าคนเลือกเพื่อไทยลดลงด้วยซ้ำ

ซึ่งต่อจากนี้รัฐบาล ต้องสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นในการประนีประนอม และควรขายข้าว เพื่อลดจำนวนชาวนาที่จะมาร่วมชุมนุม และรัฐบาลควรยอมรับความจริงกับปัญหาการรับจำนำข้าว และลงโทษผู้กระทำความผิด รวมทั้งนายกยิ่งลักษณ์ที่ไม่เคยออกมารับผิดชอบกรณีมีส่วนได้เสียในเรื่องนิรโทษกรรม

นายอรรถวิชช์ย้ำว่าไม่ได้มองว่า 20 ล้านเสียงไม่ได้มีความสำคัญ ส่วนกรณีรัฐบาลอภิสิทธิ์สลายการชุมนุมนั้น ก็ยอมรับสู่กระบวนการยุติธรรม และไม่รับผลในกฎหมายนิรโทษ กรณีของอภิสิทธิ์ต่างกับยิ่งลักษณ์ เพราะปราศจากการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ เห็นได้จากยิ่งลักษณ์ยังลงสมัครในปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยอันดับ 1

ด้านกรณีการชุมนุมนั้น มวลชนก้าวข้ามสุเทพแล้ว ถ้าสุเทพลงตอนนี้ โดนวิจารณ์แน่ เห็นได้จากตัวอย่างของหลวงปู่พุทธอิสระที่ไม่ยอมเลิกเวทีแจ้งวัฒนะ ทั้งที่สุเทพอยากให้เลิก แสดงให้เห็นว่าถ้าสุเทพจบ มวลชนไม่จบ ซึ่งม็อบนี้ต่างจากการชุมนุมที่มีทักษิณสั่งโดยคนคนเดียว เพราะมีความเห็นหลากหลาย พร้อมชี้รัฐบาลไม่จริงใจในเรื่องนิรโทษกรรม

ด้าน นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ กล่าวว่าเห็นด้วยกับตัวเลขคนมาใช้สิทธิที่ไม่สะท้อนต่อการเลือกตั้ง แต่ 20 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิเพราะอยากให้ประเทศเดินหน้าต่อไปและชี้ว่าคนต้องการเลือกตั้ง และ

พร้อมกันนี้นายวีรพัฒน์ยังแสดงความเสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมลงสมัครเลือกตั้งเพราะจะได้เสียงจากชาวนาและประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับจำนำข้าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรพิสูจน์ตัวเองก่อนในเรื่องจำนำข้าว และมั่นใจว่า 20 ล้านเสียงที่ลงคะแนนเป็นนัยยะสำคัญ และที่สถานการณ์บานปลายมาถึงขนาดนี้เพราะพรรคประชาธิปัตย์และสุเทพปฏิเสธการเจรจาจากทุกโต๊ะ

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ