09 ธ.ค. 2560
40,370 ครั้ง

ยังวุ่นปมชิงหวย30ล้าน! อดีต ตร. ลุยชี้จุดซื้อล็อตเตอรี่รางวัลที่1 ลั่นไม่เจรจาคู่กรณีแล้ว

ความคืบหน้าจากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี อ้างว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 533725 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 60 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ แต่ปรากฏว่าล็อตเตอรี่ชุดดังกล่าวหายไป ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เป็นผู้นำล็อตเตอรี่ไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลาก จนเกิดการแจ้งความดำเนินคดีนั้น
 
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ ทนายตั้ม พร้อมทีมงาน ได้พา ร.ต.ท.จรูญ พร้อมด้วยนางลาวัลย์ วิมูล ภรรยา มาจำลองเหตุการณ์ขั้นตอนการเดินทางมาที่ตลาดเรดซิตี้ ก่อนที่ ร.ต.ท.จรูญ จะซื้อล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่1 จากแม่ค้าขายล็อตเตอรี่ที่ตั้งแผงขายบริเวณหลังศาลพระภูมิในตลาด
 
 
ขั้นตอนแรก วันที่ 31 ต.ค.ก่อนวันหวยออก 1 วัน ร.ต.ท.จรูญ มาที่ตลาดพร้อมกับภรรยา ก่อนจะเดินแยกย้ายกันไป โดยภรรยาเดินไปซื้อของตามตลาดนัด ส่วน ร.ต.ท.จรูญ ดินมาดูล็อตเตอรี่ที่มีแม่ค้าตั้งแผงขายอยู่ประมาณ 3-4 เจ้า เมื่อเสร็จธุระสองสามีภรรยาจึงเดินทางกลับบ้าน
 
ขั้นตอนที่สอง คือ ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 28 พ.ย. เป็นจุดที่ ร.ต.ท.จรูญ อ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี นัดหมายให้ ร.ต.ท.จรูญ ไปพบที่บ้านพักที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีหลังเก่า ซึ่งจุดนี้ภรรยาของร.ต.ท.จรูญ และลูกสาวเดินทางมาด้วย แต่รออยู่ข้างนอก โดยร.ต.ท.จรูญ เข้าไปภายในบ้านเพียงคนเดียว
 
ทุกขั้นตอนในการชี้จุดจำลองเหตุการณ์เพื่อนำไปเป็นหลักฐาน โดยนายษิทรา มอบหมายให้ทีมงานถ่ายคลิปและภาพนิ่งไว้อย่างละเอียด ซึ่งการชี้จุดทั้งสองขั้นตอน ได้รับความสนใจจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้ารวมทั้งประชาชนที่ผ่านไปมาบริเวณตลาดเรดซิตี้เป็นอย่างมาก ทั้งสองขั้นตอนใช้เวลาประมาณ 50 นาทีจึงแล้วเสร็จ สำหรับตลาดเรดซิตี้นั้น มีระยะทางห่างจากบ้านพักของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ดังกล่าวประมาณ 1 กิโลเมตร
 
ด้าน ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กล่าวยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ตนเองเป็นคนซื้อล็อตเตอรี่ชุดดังกล่าวจริง และการที่ซื้อก็หวังเพียงแค่ต้องการถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวเท่านั้น แต่เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงนำไปขึ้นรางวัล จากนั้นก็เบิกเงินออกมา 5,500,000 บาท เพื่อนำไปใช้หนี้ แต่เงินจำนวนที่เหลือในธนาคารก็มาถูกเจ้าหน้าที่อายัดไว้ ทั้งที่เงินของตนได้มาด้วยความบริสุทธิ์ ลั่นไม่คุยกับคู่กรณีแล้ว เพราะตั้งแต่ที่พบกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล จะให้ตนไปแบ่งแบบวินวินด้วย จะมีใครยอมหรือไม่ ส่วนเงินที่ถูกอายัดไว้ อยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง ก่อนจะอายัดน่าจะไปหาข้อมูลข้อเท็จจริงเสียก่อน ว่าใครเป็นคนผิดหรือเป็นคนถูกกันแน่ ไม่ใช่อยู่ๆก็มาอายัดเลยเช่นนี้ ปัจจุบันกลายเป็นว่าทำให้ครอบครัวของตนเป็นจำเลยของสังคม และหลังจากนี้ก็คงต้องแจ้งความกลับแน่นอน
 
ขณะที่ ทนายตั้ม เปิดเผยว่า วันนี้ก่อนจะเดินทางมาที่ตลาดเรดซิตี้ ตนได้ไปหาพยานมาทั้งหมด 2 คน ซึ่งพยานทั้งสองไม่ขอเปิดเผยรายชื่อและใบหน้าทั้งนั้น เพราะเขากลัวเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเรื่องนี้เป็นขบวนการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยน้องผู้หญิงที่เป็นพยานทั้ง 2 คน บอกว่าวันที่ 31 ต.ค.เขาได้มาที่ตลาดเรดซิตี้แห่งนี้ และได้ชวนกันมาซื้อล็อตเตอรี่ที่นี่ เพราะไปเสี่ยงเซียมซีมาได้เลข 926 จากนั้นก็เดินไปหาซื้อเลขที่แผงขาย แต่แม่ค้าไม่มีเลข 926 จึงไม่ซื้อ อีกทั้งยังราคาแพง และระหว่างกำลังเดินกลับ แม่ค้าคนดังกล่าวได้เปรยขึ้นมาว่า ให้โชคแล้วไม่เอา เมื่อได้ยินพยานทั้งสองจึงหันไปมองหน้าแม่ค้าคนดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
 
ต่อมาพยานทั้งสองดูรายการทีวีช่องต่างๆ พบว่าเป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ที่ไปออกรายการ เป็นแม่ค้าคนเดียวกัน ซึ่งพยานทั้งสองไม่พอใจที่แม่ค้าคนดังกล่าวไปออกรายการแล้วบอกว่า ที่แผงไม่มีเลขท้าย 26 ขาย แต่ครั้งแรกพยานไม่ได้ให้ข้อมูลกับตนเป็นคนแรก แต่ได้โพสต์ข้อมูลดังกล่าวลงในเพจเฟซบุ๊กคนเมืองกาญจน์ 2 ซึ่งการที่ทั้งสองมาเป็นพยานให้นั้น ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และทั้งสองจำเลขหน้าล็อตเตอรี่ไม่ได้ จำได้แต่เพียงว่าในแผงขายล็อตเตอรี่นั้นมีเลขท้าย 26 ซึ่งพยานทั้งสองถือว่ามีประโยชน์มาก เพราะเป็นการยืนยันได้ว่าทางแม่ค้าไม่ได้เก็บเอาไว้ให้คุณครูตามที่เขาพูดมาทุกรายการ
 
ส่วนจะให้พยานไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ ตอบว่าไม่มีทาง และไม่ไปแน่นอนเพราะว่าน้องเขากลัว เพราะเรื่องนี้มันเป็นขบวนการ แต่กระบวนการทางศาล ตนต้องกล่อมน้อมอีกครั้งหนึ่ง ถามว่าเชื่ออยู่หรือไม่ว่ามีการทำเป็นขบวนการตั้งแต่แรก ตอบว่ามี ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และถ้าหากวันไหนมีการแจ้งข้อกล่าวหามา ก็จะเรียกพยานทุกปากที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนายตำรวจคนไหนต้องให้มาเป็นพยานในชั้นพนักงานสอบสวนทุกคน และเชื่อว่ากลุ่มขบวนการมีมากกว่า 5 คน ซึ่งจะเข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจรแน่นอน
 
ส่วนกรณีเกี่ยวกับการจะนำทั้งสองฝ่ายเข้าเครื่องจับเท็จ ถามว่าเครื่องจับเท็จอะไร ได้มาเชิญหรือทำหนังสือมาเชิญหรือไม่ เห็นไปออกทีวีอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งอยู่ๆ คุณจะมานำเขาไปเข้าเครื่องจับเท็จไม่ได้ จะต้องมีหนังสือเชิญมาก่อน และถ้าหากเรายินดี เราก็จะไป เขาไม่มีอำนาจอะไรมาสั่งแล้วเราต้องไป แต่ถ้าหากจะไปเข้าเครื่องจับเท็จ ก็จะต้องไปในสถานที่เป็นกลาง อาจจะไปขอในชั้นศาล  ไม่ใช่ในชั้นพนักงานสอบสวนด้วยซ้ำ
 
สำหรับกรณีการอายัดเงินนั้น ตนย้ำมาตลอดว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจตรงนั้น เพราะว่ายังไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งเขาทำหนังสืออายัดไปที่ทางธนาคาร ซึ่งตนไม่ขอพูดเกี่ยวกับธนาคาร เพราะเขาได้รับหนังสือจากพนักงานสอบสวน ซึ่งคนผิดก็คือพนักงานสอบสวน หรือรองผู้กำกับที่เป็นคนออกหนังสือตัวนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xQQQ-RKEmPw
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ