05 ม.ค. 2561
16,556 ครั้ง

มาแนวใหม่! 'เลเซอร์ปิกาจู' ให้น้องชายขาวออร่า รพ.เผยไม่อันตราย แพทย์ผิวหนังแย้งไม่ขาวถาวร-เสี่ยงเป็นหมัน

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ facebook ชื่อ Atittayapa Photiya โพสต์คลิปภายในสถานบริการทางการแพทย์แห่งหนึ่ง มีคนไข้เป็นผู้ชายนอนอยู่บนเตียง ลักษณะคล้ายขึ้นขาหยั่ง โดยมีแพทย์และพยาบาลกำลังทำบางสิ่งบางอย่างกับคนไข้

 

พร้อมระบุว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์ เรียกว่า "เลเซอร์ปิ๊กะจู" เป็นการศัลยกรรมทำให้อวัยวะเพศชาย ขาวขึ้นโดยการใช้แสงเลเซอร์

 

จากการไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์ จ.นนทบุรี สถานที่ต้นเรื่อง ซึ่งเคยเป็นข่าวกรณีการฉีดอวัยวะเพศหญิง 3 มิติ มาก่อนหน้านี้ น.ส.บัณฑิตา วัฒนศิริ ผู้จัดการแผนกผิวพรรณและเลเซอร์ ของโรงพยาบาลดังกล่าว เล่าว่า การเลเซอร์ทำผิวขาวนั้น ทางโรงพยาบาลเปิดทำให้คนไข้มานานหลายปีแล้ว เริ่มจากคนไข้ประจำที่เข้ามารับการดูแลในเรื่องความสวยความงาม คนไข้ปรึกษากับแพทย์ว่าอยากให้ช่วยเปลี่ยนสีผิวบริเวณอวัยวะเพศและง่ามขาที่มีสีคล้ำ ให้มีสีผิวที่ขาวขึ้น เพื่ออยากได้ความมั่นใจ เวลาใส่กางเกงว่ายน้ำ หรือชุดที่มีการเว้าสูง ทางโรงพยาบาลจึงนำเครื่องมือเลเซอร์ ที่มีคุณภาพ มีเครื่องหมายรับรองด้านความปลอดภัย  มาทดลองทำ โดยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

 

สำหรับการทำเลเซอร์ดังกล่าว คนไข้จะไม่ได้เน้นที่อวัยวะเพศเป็นหลัก แต่จะเน้นบริเวณง่ามขา ซึ่งการจะขาวขึ้นมาแค่ไหนนั้น จะขึ้นอยู่กับสีผิวเดิมของคนไข้แต่ละคนด้วย ยืนยันว่าการเลเซอร์นั้นไม่เจ็บ และคนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการโฆษณาใดๆ แต่คนไข้ที่มาทำได้ผลดี จึงกลับไปเล่ากันปากต่อปาก จนมีคนไข้ประจำมารับบริการอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งผู้ชาย, เกย์ และสาวประเภทสอง โดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 15-20 ราย  ล่าสุดหลังจากมีกระแสในโลกออนไลน์ ก็มีคนไข้ทั้งเก่าและใหม่โทรมาจองคิวเป็นจำนวนมาก

 

อย่างไรก็ตาม พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ในทางการแพทย์ มีการนำเลเซอร์มาใช้เพื่อรักษาฝ้า กระ ปานแดง ปานดำ รวมถึงมีการนำเลเซอร์มาประยุกต์ใช้ในการทำให้ริมฝีปากหรือหัวนมมีสีชมพู แต่ยังไม่เคยมีการใช้เลเซอร์เพื่อทำให้อวัยวะเพศชายขาวขึ้น เพราะโดยหลักของการทำเลเซอร์นั้น ใช้จี้เพื่อลดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังให้น้อยลง เลเซอร์จะไปทำลายเม็ดสีของผิว ซึ่งจะมีผลข้างเคียง 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่

 

1. บริเวณอวัยวะเพศชายเป็นผิวหนังที่ค่อนข้างบอบบาง มีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก อาจเกิดผลกระทบเมื่อถูกจี้ด้วยแสงเลเซอร์

 

2.ผลข้างเคียงจากเม็ดสีที่น้อยลง เนื่องจากเม็ดสีมีหน้าในการป้องกันผิวหนัง ต้านทานเชื้อโรค ต้านทานมะเร็งผิวหนัง เช่น เม็ดสีบริเวณแขนก็จะมีหน้าที่คอยต้านมะเร็งผิวหนัง ต้านแสงแดดสู้กับอนุมูลอิสระ การทำเลเซอร์จึงต้องพึงระวังว่าอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา อาจทำให้เกิดแผลเป็น หรือเกิดการติดเชื้อ

 

3.การเลเซอร์ทำผิวขาว ไม่ได้ทำให้ขาวอย่างถาวร เพราะร่างกายจะมีการสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา หลังจากเลเซอร์ไปแล้วไม่นาน สีก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

พญ.มิ่งขวัญ ระบุอีกว่า เท่าที่เคยทราบมา แม้แต่ในต่างประเทศก็ยังไม่เคยพบการกระทำในลักษณะนี้ นอกจากนี้การทำเลเซอร์ตรงอวัยวะเพศชาย ยังไม่มีงานวิจัยที่รับรองว่าการทำดังกล่าวปลอดภัย 100 %

 

สอดคล้องกับ นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ที่บอกว่าการทำเลเซอร์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบหลายอย่าง หลังทำเสร็จแล้ว ผิวหนังบริเวณที่ทำอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น อาจมีอาการผิวหนังอักเสบ เกิดรอยแผลเป็น และอาจส่งผลกระทบถึงระบบสืบพันธุ์ และการมีเพศสัมพันธ์ได้

 

นายแพทย์ธงชัย ยังบอกอีกว่า กรณีของโรงพยาบาลดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิด เกี่ยวกับการโฆษณา โดยใช้ภาพที่มีคนไข้ อยู่ในอิริยาบถที่ดูแล้วไม่เหมาะสม ส่อไปทางลามก อนาจาร  ทาง สบส.ได้ประสานพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าไปตรวจสอบเนื้อหาดังกล่าวแล้ว แม้ทางสถานพยาบาลดังกล่าว จะไม่ได้เป็นผู้โพสต์โฆษณาด้วยตนเอง แต่ตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่ง ห้ามปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยการใช้ข้อความ ภาพ เสียง อาทิ การถ่ายคลิป หรือไลฟ์สดผ่านสื่อออนไลน์ ไม่ว่าสถานพยาบาลจะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ก็ตาม

 

หากพบว่า สถานพยาบาลไม่ได้ทักท้วงห้ามปราม ผู้ที่นำภาพเหล่านี้ไปโพสต์โฆษณา ก็จะถือว่าเข้าข่ายรู้เห็น ยินยอมให้มีการโฆษณาสถานพยาบาลแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   และหากพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพ มีการกระทำผิดมาตรฐาน ก็จะส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพดำเนินการด้านจริยธรรมด้วย

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m9iUbG65uIo

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ