15 ม.ค. 2561
41,623 ครั้ง

น่าเป็นห่วง! แชร์ภาพ นทท.แน่นสิมิลัน แทบไม่มีที่ยืน 'ดร.ธรณ์' แนะมาตรการแก้ไข หวั่นธรรมชาติเสื่อมโทรม

โลกออนไลน์แชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก “Loveaholic เที่ยวอยู่ได้” เผยให้เห็นภาพของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา อย่างหนาแน่นแทบจะทุกตารางนิ้ว โดยคาดว่าอาจมีจำนวนสูงถึง 5 พันราย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบ

 

โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า “เห็นสิมิลันเดี๋ยวนี้แล้วเศร้าใจ เพื่อนๆ เห็นแล้วรู้สึกยังไงบ้าง นโยบายจำกัดจำนวน ยังคงเป็นเพียงฝัน เช่น ในภาพ แขก 5,000 กว่าคนในวันเดียวสู่เกาะสิมิลันยินดีด้วยที่เก็บค่าธรรมเนียมได้เยอะ แล้วเรามีมาตรการอะไรมาดูแลเกาะแห่งนี้ที่เรียกว่าระดับโลก แนวปะการัง ความเสื่อมโทรม จุดดำน้ำ จะเหลือไหม ห้องน้ำมีไม่กี่ห้อง ที่จะยืนแทบจะไม่มี เจ้าหน้าที่เหนื่อยมาก ต่อให้ซุปเปอร์แมนทำงานยังไงก็ไม่ทั่วกับจำนวนคนขนาดนี้ ถึงเวลาจำกัดจำนวนแล้วจริงๆ ถึงเวลาแล้วไหม เเม้กระทั่งเรือ จีนก็มีนอมินีซื้อเรือมาทำเองมากมาย จนแทบจะพูดได้เต็มปากว่า จีนเก่งจริงๆ ใช้ทรัพยากรไทย แต่เงินแทบไม่ตกมาถึงประเทศไทย มาพร้อมกับของแถมความเสื่อมโทรม เจริญสิครับ ให้ภาพเล่าเรื่อง"

 

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า

 

"ผมเคยบอกเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวล้นทะเลไปหลายครั้งแล้ว และมีข่าวเรื่องแบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกาะสิมิลันที่จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งขึ้นเรื่อย ต่อจากนี้คือการอธิบายแบบสรุปครับ

1. จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นตลอด จาก 34 ล้านในปีที่แล้ว จะเป็นมากกว่า 37 ล้านในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีไม่มีหยุด ในปี 2573 เราอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 70 ล้านหรือกว่านั้น

2. นักท่องเที่ยวร้อยละ 75.5 ไปทะเลครับ ยิ่งจำนวนเพิ่ม สัดส่วนยิ่งเพิ่ม ปีนี้อาจมีนทท.ต่างชาติไปทะเล 28 ล้าน

3. เกาะเรามีอยู่เท่านี้ เมื่อปิดเกาะหนึ่ง ก็ไปโป่งอีกเกาะหนึ่ง วนไปเรื่อยตราบใดที่นทท.โดยรวมมีแต่เพิ่มกับเพิ่ม

4. เราชะลอตัวเลขโดยรวมได้ไหม ? คำตอบคือผมยังไม่เห็นแวว สนามบินภูเก็ตก็ขยาย ยังจะมีโครงการอีกหลากหลายที่ส่งนทท.มาฝั่งอันดามัน เช่น เรือสำราญ รถไฟท่องเที่ยว

5. ทำไมเราต้องทำเช่นนั้น ? เพราะรายได้ท่องเที่ยวเกิน 1 ใน 5 ของ GDP ประเทศนี้ ไม่มีใครกล้าขวาง

6. โครงการกระจายนทท.ไปเมืองรอง ฯลฯ ทำได้ไหม ? คำตอบคือได้บ้าง แต่ยังห่างไกลกับคำว่าสำเร็จหรือช่วยบรรเทาแหล่งท่องเที่ยวหลัก

 

แล้วเราควรทำอย่างไรล่ะ ?

 

1. แผนปฏิรูปประเทศกำหนดดัชนีความเสียหายปะการังให้ลดน้อยลง ทุกหน่วยต้องหาทางทำให้ได้ ไม่งั้นคณะปฏิรูปคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามที่กม.ปฏิรูประบุไว้

2. ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดตัวเลขเพดานจำนวนนทท.ต่างชาติไปอุทยานทางทะเล (ปัจจับัน 4.9 ล้าน เพดานที่ 6 ล้าน แต่อาจต้องปรับ)

3. คงต้องเริ่มเร่งการกำหนดเพดานนทท.ในอุทยานที่มีคนล้น เช่น พีพี สิมิลัน ฯลฯ และหาทางหยุดคนไว้ที่เพดานให้ได้

4. ต้องยกระดับการดูแลโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพียงพอ ก็ต้องใช้การกำหนดเพดานจำนวนคนไปก่อน

5. การดูแลผลประโยชน์ให้อยู่ในมือคนไทย และการลดความเหลื่อมล้ำ แชร์ประโยชน์ให้ใกล้เคียงกัน เป็นเรื่องต้องทำเร่งด่วน ในแผนปฏิรูปเขียนไว้แล้ว แต่ท่าทางจะช้า

เราต้องจัดการอย่างเฉียบขาดกับเรือและผู้ประกอบผิดกม. โดยเฉพาะเรื่องของต่างชาติ ฝากท่านผู้ว่าพังงาด้วยครับ ส่งกำลังลงไปเสริม ตรวจให้เข้ม จัดให้หนัก ก็น่าจะดีขึ้นบ้าง

6. เรื่องเพดานนักท่องเที่ยวโดยรวม อุทยานเองก็คงทราบดี คนอุทยานที่เก่งด้านนี้ก็มีหลายคน ขึ้นกับว่าจะเอาจริงไหม กล้าต้านกระแสท่องเที่ยวหรือไม่ ?

7. เกาะนอกเขตอุทยาน ทะเลอยู่ในความดูแลของกรมทะเล คนก็ล้นหลายเกาะ แล้วจะทำอย่างไรดี ? กรมทะเลคงต้องเร่งหามาตรการ

8. สัปดาห์นี้ประชุมทะเลแห่งชาติ มีทั้งท่านรองนายกฯและท่านรมต. ผมจะเสนอประเด็นนี้ครับ

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นถ้อยคำ แต่ถ้าคนล้นจนท่วม จะทำยังไงก็ดูแลไม่ไหว ผมเข้าใจและเห็นใจกรมอุทยาน กรมทะเลและเจ้าหน้าที่ทุกคน เราเป็นฝ่ายตั้งรับเพื่อรายได้ของชาติมาตลอด แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราก็คงตั้งรับอย่างเดียวไม่ไหว คงใกล้เวลาต้องเลือกว่าจะเอาทรัพยากรหรือจะเอาใจรายได้จากการท่องเที่ยวแล้วครับ"

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5ykhJL7sr4Y

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ