27 มี.ค. 2561
9,099 ครั้ง

รวบแล้ว ชายเผารถคืนเดียว 8 คัน เปิดปูมอดีตเคยมีเงินกว่า 30 ล้านบาท เจ้าของรถที่เสียหายไม่เชื่อว่าบ้าจริง

จากกรณีที่กล้องวงจรปิดจับภาพ ชายรูปร่างท้วมไว้ผมยาว ใส่เสื้อเชิ้ต สวมกางเกงยีนส์สะพายกระเป๋า ขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนก่อเหตุใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟเผารถยนต์ กว่า 8 คัน ในคืนเดียวนั้น

 

วานนี้(26 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นาย วสิทธิ์ นันทิวัชวิภา อายุ 29 ปี พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน และถังน้ำมัน เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุมีสติค่อนไม่สมประกอบ ยังให้การวกวนไปมา ซึ่งจากการสอบถาม ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ตัวเองเป็นสายลับมีหน้าที่ตามจับแชร์ลูกโซ่ และที่ไปก่อเหตุเผารถ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกด่าทอเป็นประจำ ทั้งที่ตนเป็นคนของราชการทำไมถึงจะเข้าไปยุ่งไม่ได้

 

โดย พ.ต.อ.ภาสกร ทุนทรัพย์ ผกก.สภ.พานทอง บอกว่า เบื้องต้นมีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากการวางเพลิงจำนวน 8 คัน ส่วนผลตรวจปัสสวะของผู้ต้องหา ปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดภายในร่างกาย หลังจากนนี้จะต้องส่งไปไปตรวจสุขภาพจิตยังโรงพยาบาลศรีธัญญา ว่ามีความผิดปกติด้านสมองและจิตใจหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินการบำบัดต่อไป

 

ขณะที่ชาวบ้านใกล้เคียงซึ่งเป็นญาติห่างๆของผู้ก่อเหตุ บอกว่า ผู้ก่อเหตุอยู่บ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ โดยได้อาศัยอยู่ตามลำพังแต่เพียงผู้เดียว และผู้ก่อเหตุ เคยมีเงินกว่า 30 ล้านจริง หลังจากได้มรดกที่ดินจากพ่อแม่และนำไปขาย แต่ผู้ก่อเหตุมีการใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย มีรถสปอร์ตขับจำนวนหลายคัน ลงทุนเปิดร้านคาราโอเกะ เปิดผับ ทำให้เงินหมดไปในที่สุดภายในเวลาแค่ 4 ปี อีกทั้งเมื่อ 2 ปีก่อนภรรยาและลูกก็หนีไป จากการที่ผู้ก่อเหตุมีนิสัยก้าวร้าว และเริ่มมีอาการทางจิต

 

ส่วนเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงอีกราย บอกว่า ปกติแล้วผู้ก่อเหตุจะพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว และมักจะได้ยินเสียงหัวเราะ หรือคุยคนเดียวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแต่ก่อนผู้ก่อเหตุมีเงินจากการขายที่จำนวนมาก มีรถหรูขับ แต่ไม่นานเงินก็หมด บางวันถึงกับเดินมาขอเงิน 

 

ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ลงพื้นที่ไปคุยกับผู้เสียหาย โดย นายเจริญ มีขุนทด เจ้าของรถเก๋ง ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกไฟไหม้ทั้งคัน บอกว่า ตอนเกิดเหตุมีเพื่อนบ้านมาเรียก บอกว่ารถยนต์ไฟไหม้ ตนออกมาดูก็พบว่ารถถูกเพลิงไหม้บริเวณด้านหน้าและด้านหลังรถ จึงพยายามนำน้ำมาดับ แต่สักพักยางรถยนต์ก็ได้ระเบิด ทำให้ไฟไหม้โหมลุกไหม้ทั้งคันอย่างรวดเร็ว

 

นายเจริญ บอกอีกว่า รถของตนมีประกัน แต่ไม่รู้ทางประกันจะดูแลหรือไม่ เนื่องจากเอกสารอยู่ในรถทั้งหมดจึงยังไม่ได้ติดต่อประกันแต่อย่างใด อีกทั้งในรถยังมีพระเครื่องมูลค่านับแสนบาท ที่ถูกไฟไหม้ไปด้วย ซึ่งรู้สึกเสียดาย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร และก็ไม่มีความหวังที่จะได้ค่าชดเชย

 

ด้าน นายจักรกฤษ จำสรงพันธ์ เจ้าของรถตู้ที่ถูกเผา บอกว่า ตอนเกิดเหตุพี่ที่อยู่ข้างห้องมาตะโกนเรียกบอกว่าไฟไหม้ ตอนแรกคิดว่าไฟไหม้ห้องพัก แต่พอออกมาพบว่ารถพี่ข้างห้องไฟไหม้ เลยจะวิ่งไปช่วยดับ แต่พอหันไปดูที่รถตู้ของตนเอง ก็ต้องตกใจเพราะถูกไฟไหม้เช่นกัน ซึ่งรถตนไม่มีประกัน ค่าเสียหายตนคงต้องออกเอง ซึ่งเบื้องต้นมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 หมื่นบาท

 

ส่วน นายธีรวรรธน์ โรจน์วิรุฬห์ เจ้าของรถกระบะ ที่อยู่ข้างห้องนายจักรกฤษ เล่าเหตุการณ์ว่า ตอนเวลาประมาณเกือบ 03.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ น้องสะใภ้ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน ก่อนจะได้กลิ่นไฟไหม้ จึงเรียกให้ตนออกมาดูก็พบว่า รถถูกไฟไหม้ ตอนแรกตนคิดว่าระบบรถขัดข้องแล้วเกิดเพลิงไหม้ แต่พอหันไปเห็นรถของนายจักรกฤษ ถูกไฟไหม้เช่นกันจึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว จนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่จึงทราบว่ามีคนร้ายตระเวนก่อเหตุเผารถในพื้นที่ ซึ่งรถตนเพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึง 1 ปี ก็ต้องมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ตนยังโชคดีกว่าผู้เสียหายรายอื่นๆที่ไม่มีประกันรถยนต์

 

ส่วนประเด็นที่ผู้ก่อเหตุมีสติไม่สมประกอบนั้น นายธีรวรรธน์ บอกว่า เรื่องนี้ตนยังไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็น เพราะผู้ก่อเหตุตระเวนเผารถคนอื่นได้ในหลายๆจุด และยังหลบหนี อีกทั้งทุกจุดที่ผู้ก่อเหตุลงมือก็จะมีที่เดิมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ ตนคิดว่าหากสติไม่สมประกอบก็คงจะไม่สามารถคิดได้

 

ทีมข่าวสอบถามไปยัง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ถึงกรณีที่ผู้ก่อเหตุมีสติไม่สมประกอบ ทนายรณณรงค์ บอกว่า ผู้ก่อเหตุมีความผิดทางอาญา ฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 14,000 บาท แต่หากผู้ก่อเหตุเป็นคนสติไม่สมประกอบก็จะยกเว้นโทษทางคดีอาญา ซึ่งแพทย์ต้องเป็นผู้วินิฉัย แต่หากขณะก่อเหตุมีสติรู้ผิดชอบชั่วดี ศาลจะลงโทษน้อยเพียงใดก็ได้ แต่ไม่ใช่ไม่รับโทษ ส่วนทางแพ่งผู้ป่วย และผู้ดูแลหรือญาติ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกัน

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-s5Im8Ygea0

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ