17 พ.ค. 2561
30,914 ครั้ง

ครอบครัวหัวร้อนขอโทษ ตร. วอนสังคมให้อภัย ชาวระยองฮือขับไล่ พ่อจะให้ลูกบวชหวังธรรมมะดับอารมณ์ร้อน

จากกรณีโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นครอบครัวหัวร้อน นายพยอม แสงวันดี, น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล และนายอิทธิพล สมถวิล พ่อ แม่ ลูก ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกายตำรวจ สภ.มาบตาพุด แล้วถ่ายคลิป จากนั้นก็ถูกขุดคุ้ยประวัติพบว่า เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายจังหวัด 

 

ล่าสุดทางครอบครัวนายพยอม พร้อมภรรยาและลูกชาย ซื้อกระเช้าไปขอโทษ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผกก.สภ.มาบตาพุด และ ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สารวัตรจราจร ที่ถูกครอบครัวนี้ทำร้ายร่างกายขณะเข้าชี้แจงเรื่องการทำผิดกฎจราจร บริเวณตลาดนัด ริมถนนสุขุมวิท

 

ซึ่งถือว่าเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของครอบครัวนี้ คือทั้งพ่อ แม่ลูก เดินเข้า สภ.แบบเรียบร้อยไม่มีท่าที อารมณ์ร้อน โกรธ หรือด่าทอใคร เหมือนที่เคยปรากฎในอดีต ทั้งพ่อ แม่ ลูก มีสีหน้าที่เรียบเฉย

 

โดยนางหทัยรัตน์ ระบุกับสื่อก่อนพบตำรวจว่า วันนี้มาขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปตนและครอบครัวสำนึกถึงการกระทำผิดไปแล้ว  และมาดูย้อนหลังตนเองก็ทำเกินกว่าเหตุจริง ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เกิดจากความใจร้อน จึงขอให้สังคมอภัย

 

ด้านนายอิทธิพล ลูกชายที่เป็นคนชกเบ้าตาร้อยตำรวจเอกวิทยา กล่าวสั้นๆว่า ขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะขาดความยั้งคิดด้วยวัยที่ยังเป็นเด็กอยู่

 

จากนั้นครอบครัวก็มอบกระเช้าให้กับร้อยตำรวจเอกวิทยา พร้อมกับยกมือไหว้ ขอโทษ ขณะนั้นมีชาวบ้านมาโห่ขับไล่ครอบครัวหัวร้อนให้ออกนอกพื้นที่ และไม่ยอมรับการขอโทษครั้งนี้ ตอนนั้นตำรวจก็เกรงว่าจะเกิดเหตุชลมุน จึงเรียกครอบครัวหัวร้อนขึ้นไปพูดคุยที่ประชุมชั้น 2ของโรงพัก

 

จากนั้นนายอิทธิพลได้ลุกขึ้นไปกราบที่อกของร้อยตำรวจเอกวิทยา ขณะนั้นร้อยตำรจเอกวิทยาก็รับไหว้ และกล่าวว่า ให้อภัย ไม่ได้โกรธเคือง แต่ขออย่าไปก่อเหตุอีก ด้านพ่อและแม่ก็ยกมือไหว้ขอโทษ

 

ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ทางตำรวจก็คงดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ได้มีการละเว้นโทษ การกระทำความผิด ส่วนการขอโทษก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ทางคดีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยแยกเป็นคดีทั้งตำรวจเป็นผู้เสียหาย และตำรวจเป็นผู้ถูกกล่าวหา

 

แต่ขณะที่ครอบครัวออกจากโรงพัก ชาวบ้านก็ตะโกนขับไล่ด้วยความไม่พอใจ และมีบางช่วงที่นางหทัยรัตน์ และลูกชายยิ้มและหัวเราะ และรีบเดินขึ้นรถไป โดยมีกำลังตำรวจเดินตามประกบป้องกันการถูกทำร้าย เพราะขณะที่ทั้งครอบครัวเดินออกมา ชาวบ้านนอกจาตะโกนขับไล่แล้วบางคนก็มีอารมณ์โกรธ เกรงจะเกิดการทำร้ายร่างกายกัน 

 

โดยตัวแทนชาวบ้านระบุว่า ชาวระยองไม่ต้องการให้ครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในจังหวัดระยองอีกต่อไป เพราะใครที่อยู่ใกล้ครอบครัวนี้ต้องมีอันตราย  และที่มาขอโทษตำรวจวันนี้ก็มาขอโทษแค่คำพูดไม่มีความจริงใจ และหลังจากที่ครอบครัวนี้ออกไปจากโรงพัก ชาวบ้านก็เอาน้ำมาราดล้างพื้นของโรงพักทันที

 

ส่วนปมสาเหตุของเรื่องนี้เกิดจาการที่นายพยอมไม่มีใบขับขี่รถยนต์ พอถูกตำรวจเรียกตรวจก็เกิดอาการหัวร้อนทันที

 

โดย จสต. วัชระ ชัยกุลเสรีรัตน์ ผบ.หมู่ป้องกันและปราบปรามงานจราจร ซึ่งป็นคนแรกที่เข้าไปเจรจากับครอบครัวนี้ในวันเกิดเหตุเล่าว่า นายพยอมจอดรถบริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าตลาดนัดใกล้บริษัท SCG ซึ่งเป็นจุดห้ามจอด

 

ตอนแรกก็ขอตรวจใบขับขี่ แต่นายพยอม นั่งอยู่ในรถไม่ยอมเจรจากับตำรวจ และ ก็เลื่อนรถไปจอดที่ห้ามจอดขาวแดง ซึ่งเป็นการทำความผิดซ้ำสองอีก ตนก็ไปเคาะกระจกเรียกให้ลงมาจากรถ และขอตรวจใบขับขี่

 

ตอนนั้นนายพยอม มีสีหน้าไม่พอใจลงจากรถ แล้วพูดว่า อย่ามายุ่งกับกู จากนั้นก็เดินหไปตามลูกและภรรยา และลูกน้องอีกหลายคน ตนจึงวิทยุแจ้งผู้บังคับบัญชามาช่วยระงับเหตุ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ตามคลิป

 

ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พูดคุยเปิดใจกับครอบครัวนี้ โดยผู้เป็นแม่ยอมรับว่า ทุกวันนี้ครอบครัวเดือดร้อนหนักมาก ได้รับผลกระทบทั้งบ้าน ทั้งการงาน ความเป็นอยู่ ชีวิตจากนี้ก็ยังไม่รู้จะดำเนินการอย่างไร เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่าผิด เพราะอารมณ์ร้อน และไม่ได้มีเรื่องกับตำรวจทุกกรณี และบางเรื่องครอบครัวตนก็เป็นผู้ถูกกระทำอยากขอโทษสังคม

 

ตอนนี้กังวลใจ เครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ส่งผลกระทบกับลูกที่กำลังตั้งท้องด้วย ตอนนี้ไม่ขออะไรมาก ขอให้สังคมให้อภัย ส่วนการแอบอ้างว่าจบที่นิติศาสตร์ ม.ธรมมศาสตร์ หากทางมหาลัยจะดำเนินคดีเอาผิดตนก็ยอมรับเพราะไปแอบอ้างจริง แต่การแอบอ้างนี้ทำเป็นครั้งแรก เพื่อขู่ ตร.เท่านั้น

 

ทางด้านนายพยอม ยอมรับว่า ยังคงต้องอาศัยอยู่จังหวัดระยองต่อไป เพราะต้องเคลียร์งานที่รับเหมาไว้ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนจะถูกสังคมชาวระยองขับไล่ หรือเวลาเดินไปไหนมาไหนคนมองคนด่า ก็ต้องยอมรับ

 

นอกจากนี้ผู้เป็นพ่อยังกล่าวว่า หลังเกิดเรื่องครอบครัวตนก็มาคุยกันว่าจะไม่ก่อเหตุแบบนี้ ไม่อารมณ์ร้อนอีกแล้ว จะทำอะไรก็จะคิดให้รอบคอบ และขอสัญญาจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และ หากลูกชายอายุครบ20 จะให้บวช เพื่อศึกษาธรรมะจะช่วยขัดเกลาจิตใจ และลดความอารมณ์ร้อน จากนี้ครอบครัวจะคุยกันและตักเตือนกัน ไม่ใช้วิธีการ ร่วมกันปะทะอารมณ์เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

นอกจากนี้ทางการดำเนินคดี ไม่ใช่แค่พ่อแม่ลูกครอบครัวหัวร้อนเท่านั้น แต่น้องชายของนายพยอมก็ถูกดำเนินคดีด้วย โดยช่วงบ่าย นายพายัพ แสงวันดี อายุ 25 ปี ก็มาพบตำรวจตามหมายเรียก ซึ่งนายพายัพเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ที่ปรากฎในคลิปร่วมกับครอบครัวนายพยอม มีพฤติการณ์เข้าข่ายขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่  โดยนายพายัพ ให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาและบันทึกภาพพิมพ์มือ ก่อนจะปล่อยตัวไป

 

ทางด้าน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ โดยนายอุดม รัฐอมฤต ระบุว่าประเด็นที่มีผู้แอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการข่มขู่และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานนั้น

 

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแจ้งว่า การกระทำที่เป็นการขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจตามที่เป็นข่าวเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานอยู่แล้ว

 

ส่วนการกระทำที่แอบอ้างเพื่อขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 88 เพราะมิใช่เป็นการแอบอ้างว่าสำเร็จการศึกษาเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ

 

ซึ่งการกระทำแอบอ้างว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งที่ไม่ได้จบการศึกษา เป็นการกระทำที่ไม่สมควรและย่อมถูกลงโทษจากมาตรการทางสังคม ซึ่งกรณีที่ผู้ใดเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานควรใช้การต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

 

ทั้งนี้คณะนิติศาสตร์ยืดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสอนและเผยแพร่กฎหมายให้ประชาชนไปใช้ในทางที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สังคม หากสงสัยว่ามีบุคคลที่แอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สามารถขอตรวจสอบรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาได้ที่สำนักงานทะเบียนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1F0XmAcLZnA

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ