17 พ.ค. 2561
3,749 ครั้ง

เมีย 'สันธนะ' ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม แฉโดนดักฟังโทรศัพท์ 'ผบ.ตร.-วิระชัย' ปัดกลั่นแกล้ง

นางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยาของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หลังได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากการปฎิบัติหน้าที่และคำสั่งสนธิกำลังพลและอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าบุกค้นคอนโดของพันตำรวจโทสันธนะ ย่านพหลโยธิน และบ้านพัก ย่านรามอินทรา

 

โดยนางพรรณี เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจค้นคอนโดที่ผ่านมา ส่งผลให้ตนเองไม่สามารถเข้าไปพักได้อีก เนื่องจากเกิดผลกระทบหลายอย่าง พร้อมทั้งมีการดักฟังโทรศัพท์ของตนเองด้วย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำบัญชีธนาคารของครอบครัว ไปตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา พ.ต.ท.สันธนะรวมทั้งสิ้นแล้ว 45 ข้อหา ซึ่งตนเองก็กลัวที่จะมีถูกยัดข้อหาคดีต่างๆ ด้วย ส่วนตัวยังมีความกังวลเรื่องของสามี ว่าจะเกิดอันตรายนอกเหนืออีกหรือไม่

 

ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้ ต้องการให้ กสม. รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนเหตุจะบานปลายไปมากกว่านี้ และหลังจากนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะไปร้องเรียนที่หน่วยงานใดหรือไม่ เบื้องต้นได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่อยากระบุว่าเป็นประเทศใด สำหรับจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่นั้น ตนเอง ยืนยันไม่ฟ้องร้องกลับบุคคลใด แต่อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามกฎหมายอย่างยุติธรรม และเท่าเทียมกันทุกครอบครัว พร้อมเชื่อว่าหากตนเองถูกออกหมายจับ อาจเป็นการถูกกลั่นแกล้ง เพราะที่ผ่านมาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้ง 11 คนก่อนหน้านี้

 

ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.สันธนะ อาจถูกถอดยศนั้น ตนเองได้รับข่าวเมื่อตอนเที่ยงที่ผ่านมา และมองว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็วเกินกว่าปกติ และยศนั้นเป็นของสูงได้รับพระราชทาน ซึ่งไม่น่าจะถูกถอดถอนได้ง่ายขนาดนี้

 

สำหรับกรณีที่เปิดเผย 3 นายพลที่สามีจะฟ้องกลับ ยืนยันไม่กลัวอิทธิพลและอำนาจ พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่ตั้งบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เป็นการกระทำอยู่บนมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่นหรือไม่

 

พร้อมมองว่าการกระทำดังกล่าวนั้นรุนแรง และส่งผลกระทบต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก และขอให้เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งวิงวอนอยากให้ครอบครัวตน เป็นครอบครัวสุดท้ายที่ถูกกระทำ

 

ด้านพลเอกประวิตร ยืนยันการดำเนินคดี พ.ต.ท.สันธนะ เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร ส่วนการพิจารณาถอดยศ หากเข้า 7 เงื่อนไขก็สามารถดำเนินการได้

 

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงการออกหมายเรียก พ.ต.อ.(พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ บิดาของ พ.ต.ท.สันธนะ ว่าเป็นการออกหมายเรียกเพื่อให้เข้าให้ถ้อยคำ ฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ซึ่งสน.โชคชัย ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นเพียงการเชิญมาให้ถ้อยคำ เพื่อให้สิ้นกระแสความ ไม่ได้เป็นการทำเกินกว่าเหตุ

 

ตอนนี้สังคมอาจรู้สึก หรือแม้แต่พ.ต.อ.(พิเศษ)สมชาย ซึ่งอายุมากแล้วอาจรู้สึก แต่เชื่อว่าท่านเป็นตำรวจ ท่านเข้าใจว่าตำรวจสน.โชคชัย ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นประโยชน์ด้วยซ้ำ หากมาให้ข้อมูลแล้วพบว่าไม่ได้มีพฤติการณ์ในลักษณะที่ผิดกฎหมายให้พักพิงผู้ต้องหา ก็ไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาอะไร

 

พร้อมระบุใครๆก็ฟ้องตนได้ โดยตำแหน่งตนตกเป็นจำเลยที่ 2 บ่อยครั้งอยู่แล้ว มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1 ส่วนเรื่องที่กล่าวหาเป็นคู่ขัดแย้งไม่ขอตอบ

 

ส่วน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีตกเป็น 1 ในนายพลที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะแจ้งความดำเนินคดี ยันไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ใด ไม่รู้สึกกลัวถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ที่ผ่านมาทำตามกรอบของกฎหมายมาโดดตลอด หากตำรวจกลัวการถูกฟ้องร้องประชาชนจะไปพึ่งใคร

 

ส่วนการบุกค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ยืนยันว่า ไม่รู้มากก่อนว่าตลาดนี้เป็นของใคร ตนทราบเพียงว่า ตลาดแห่งนี้มีสินค้าผิดกฎหมายจำหน่ายอยู่ และการบุกจับก็ไปจับร้านค้า ก่อนที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะปรากฏตัวและอ้างเป็นที่ปรึกษาตลาดแห่งนี้  ขอยืนยันว่า ไม่เคยขัดแย้งทะเลาะกับใครแน่นอน ส่วนเรื่องที่ในอดีตเคยมีคนร้องเรียนตัวเอง ในการจับยาเสพติดสมัยเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เรื่องดังกล่าวจบไปแล้ว ตนไม่ได้โกรธแค้นใคร

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bx98F1Csvuo

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ