25 พ.ค. 2561
18,573 ครั้ง

บุกจับ 5 พระผู้ใหญ่วัดดัง กทม. เอี่ยวเงินทอนวัด เจ้าอาวาสวัดสระเกศล่องหน คาดหนีออกประตูลับ

ตำรวจกองปราบปราม นิมนต์พระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป พร้อมฆราวาส อีก 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัด ฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง

พร้อมเร่งติดตามตัวเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่อยู่ระหว่างการหลบหนีพนักงานสอบสวนกองปราบปราม นิมนต์พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, พระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, พระครูวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

พร้อมนำตัวนางฑัมพร นิพนธ์พิทยา แม่ของร้อยโทฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา และนายธีรพงศ์ พันธุ์ศร ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดีดีทวีคูณที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ

 

นางสาวนุชรา สิทธินอก แม่บ้านของร้อยโทฐิติทัศน์ ที่รับโอนเงิน 25 ล้านบาท และนายทวิช สังข์อยู่ ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับบริษัทดีดีทวีคูณ รวมถึงพระพรหมดิลกเจ้าอาวาสวัดสามพระยาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการวัดสามพระยา ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังเป็นผัดแรก

 

เบื้องต้นทั้งหมดปฎิเสธทุกข้อกล่าว โดยการฝากขังพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป พร้อมด้วยฆราวาส 4 คน ตำรวจแนบท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว โดยการติดตามพระที่เกี่ยวข้องและถูกออกหมายจับ ตำรวจกองปราบปรามได้นำ กำลังเข้าตรวจค้นทั้งสามวัด ได้แก่วัดสามพระยา วัดสระเกศ และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เพื่อติดตามพระชั้นผู้ใหญ่ 7 รูป ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด แต่ติดตามนิมนต์มาได้ 5 รูป

ยังเหลือในส่วนของพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และๆพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่การเข้าค้นไม่พบตัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม


ชาวบ้านข้างวัดสระเกศ สุดงง ประตูลับมาจากไหน ไม่เคยรู้มาก่อน เผยไม่พบเจ้าอาวาสมาสองวันแล้ว ขณะที่ประตูทางเข้ากุฎิสุดไฮเทคมีสแกนนิ้วมือใส่รหัส ด้านพระลูกวัดสามพระยาวรวิหาร แฉคนนำเช็คมาให้เจ้าอาวาสคือ ผอ.สำนักพุทธในอดีต

 

การบุกจับกุมจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด ที่วัดศระเกศราชวระวิหาร แต่ไม่พบตัวพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะภาค 10 ซึ่งมีการวิพากวิจารณ์ว่า ท่านอาจะไหวตัวทันหลบหนี และยังไปพบประตูช่องลับ อยู่ข้างกุฎิของท่าน

จากการไปสำรวจพบว่า ประตูลับแห่งนี้อยู่ห่างจากกุฎิเจ้าอาวาสประมาณ 200 เมตร มีทั้งหมด 2 ประตู โดยประตูแรกจะต้องเดินผ่านกองไม้ข้างทาง และที่ประตูมีกุญแจล็อคไว้ ส่วนอีกประตูหนึ่ง สามารถเปิดได้ตลอดเวลา และมีช่องทางเดินแคบๆ เดินผ่านหลังตัวอาคารบ้านเรือนของประชาชน ทะลุมาที่ริมถนนใหญ่ ใกล้สี่แยกแม้นศรีได้

 

โดยเส้นทางนี้ ประชาชนที่อาศัยใกล้เคียงวัด ยังไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีประตูทางนี้ โดยตามปกติจะมีประตูด้านข้างของทางวัดที่เคยมีอยู่แล้ว 3ประตู แต่จะเปิด-ปิดเป็นเวลา แต่ประตูลับที่อยู่ใกล้ กุฎิ ของเจ้าอาวาสไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่เคยเห็นพระลูกวัดหรือประชาชนใช้เส้นทางนี้มาก่อน

 

ด้านลุงมานิตย์ ชาวบ้านที่อาศัยใกล้ประตูลับ เล่าว่า ประตูนี้เพิ่งสร้างเมื่อเดือนกว่าๆ ตอนที่ทางวัดมีการปรับปรุงพื้นที่ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าจะมีประตูตรงนี้ไว้ทำไมเพราะปกติเจ้าอาวาสจะเดินทางไปไหนก็จะใช้รถยนต์ออกประตูใหญ่ ส่วนเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาก็ไม่พบหลวงพ่อที่วัดแล้ว ตามปกติตนจะไปออกกำลังกายที่ลานจอดรถกุฎิเจ้าอาวาสทุกวันช่วงเช้ามึด แต่เมื่อวานนี้ก็ไม่พบเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแล้ว

ขณะที่บริเวณกุฎิของท่านเจ้าอาวาส ปิดเงียบสนิท ไม่พบพระลูกวัดหรือกลุ่มลูกศิษย์เดินทางมา โดยพบว่าที่หน้าประตู มีระบบสแกนนิ้วมือ และรหัสก่อนจะสามารถเปิดประตูเข้าไปได้ และที่หน้าประตูยังมีรองเท้าแตะยี่ห้อ Birkenstock ซึ่งมีราคาประมาณ 1-2 พันบาท ถอดทิ้งไว้หน้ากุฎิสองคู่

 

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามพระลูกวัดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และสอบถามว่าทางวัดจะมีการชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่ แต่พระลูกวัดก็ไม่ยอมตอบคำถามใดๆกับผู้สื่อข่าว นอกจากนี้ยังพบว่า ลูกศิษย์ที่ช่วยงานในวัดบางคนระบุว่า หลวงพ่ออาจจะไปต่างประเทศ เพราะเคยได้ยินลูกศิษย์เขาคุยกัน แต่ก็ไม่แน่ว่าที่หายไปครั้งนี้ท่านไปที่ไหน

 

ขณะที่บรรยากาศของวัดเมื่อวานก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทยอยมาทำบุญและท่องเที่ยวที่ภูเขาทองกันจำนวนมาก

 

ทั้งนี้พบความผิดปกติของเส้นทางเงินวัดสระเกศ พบว่าวัดแห่งนี้ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 2 โครงการ 157,000,000 บาท แบ่งเป็น 1.โครงการอบรมคุณธรรม 37,200,000 บาท ทอนคืน 29,200,000 บาท 2.โครงการศูนย์กลางการเผยแพร่กิจการพระพุทธศาสนา 32,500,000 บาท ไม่มีการทอนคืน

 

ทางด้านวัดสามพระยาวรวิหาร ก็เป็นหนึ่งในวัดที่ตำรวจกองปราบเข้านำหมายศาลเข้าจับกุม พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร(มหานิกาย) และกรรมการมหาเถรสมาคม และพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร(มหานิกาย) หลังศาลออกหมายจับ คดีร่วมกันทุจริตเงินทอนวัดและร่วมกันฟอกเงิน

 

ทางด้านพระลูกวัด ซึ่งใกล้ชิดกับเจ้าอาวาส เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า ทางวัดไม่เคยทราบมาก่อนว่าตกไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด เพราะที่ผ่านมาที่วัดมีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย มีคณะกรรมการดูแลหลายส่วน และเงินที่เข้ามา ไม่ใช่เข้าบัญชีเจ้าอาวาสโดยตรงแต่เป็นบัญชีของวัด

ส่วนเงินที่ทางสำนักพระพุทธศาสนาเคยให้กับวัดนั้น เป็นโครงการที่วัดขอก่อสร้างอาคารที่พักสงฆ์ เวลาที่พระสงฆ์มาเรียนที่โรงเรียนปริยัติธรรม เมื่อปี 2556 โดยตอนนั้นงบประมาณก่อสร้างที่ 30 ล้านบาท เมื่อนำเสนอเรื่องขอไปที่สำนักพระพุทธศาสนาเรื่องก็เงียบหายไป แต่อยู่ดีๆผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาสมัยนั้น เป็นคนนำเช็คเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท มามอบให้เจ้าอาวาสที่งานประชุมเถระสมาคม ประจำปี 2556  แต่ไม่ได้บอกว่านำเงินส่วนนี้มาจากโครงการใด

 

เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินก็นำมาก่อสร้าง อาคารพักสงฆ์จนสำเร็จ ซึ่งอาคารแห่งนี้ ไม่ได้ใช้เงินจากสำนักพุทธฯอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคก่อสร้างจนสำเร็จ เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่เข้าใจว่า พระกลายมาเป็นผู้ทุจริตได้อย่างไร ทั้งๆที่เงินทั้งหมดไม่ได้อยู่กับพระ เรื่องนี้ต้องรอดูว่าใครโกหกหรือทำไม่ดีกับพระสงฆ์ ให้ระวังเวรกรรมมีจริง

 

ผู้สื่อข่าวสำรวจอาคารพักสงฆ์ที่เป็นปัญหา พบว่า เป็นอาคาร 4 ชั้น ชั้น 2 มีห้องประชุมและห้องพักพระชั้นผู้ใหญ่ ส่วนชั้น3และ4 เป็นห้องพักพระสงฆ์สามารถพักได้ชั้นละ18รูป


'สมเด็จพระสังฆราช' ทรงมีพระบัญชา ปลด 3 พระเถระ เอี่ยวคดีเงินทอนวัด

 

พระพรหมมุนี กรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) พ้นจากตำแหน่ง 3 รูป ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประมวลผลเสนอมาดังนี้

-พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

-พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม

-พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นการให้พ้นตำแหน่งไปก่อน หากทั้ง 3 รูปสามารถพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการทางกฎหมายและไม่มีความผิด ก็สามารถที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรฯ ได้อีกครั้ง


'ประวิตร' เชื่อคุมตัวพระผู้ใหญ่ สอบเงินทอนวัดตาม กม. ไม่กระทบศรัทธา ปชช.

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด เบื้องต้นพลเอกประวิตร ยังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียดดังกล่าว และทราบเพียงว่า ไม่พบพระบางรูปที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวก็แค่นั้น และยังไม่ทราบว่าจะมีการเชิญพระชั้นผู้ใหญ่รูปอื่น เข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม

 

ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เป็นผู้ดำเนินการสอบสวน พร้อมยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบพระสงฆ์เพราะเป็นเรื่องคดีทุจริตเงินทอนวัด


'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' สะเทือนวงการสงฆ์! กองปราบรวบ 5 พระผู้ใหญ่ - พุทธะอิสระ หิ้วฝากขังจับสึกในวันเดียว

 

 

ปิดท้ายที่ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดเบื้องลึกเบื้องหลังสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อตำรวจกองปราบปราม นิมนต์พระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป จากวัดดังใน กทม. พร้อมฆราวาส อีก 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัด ฝากขังผัดแรก พร้อมเร่งติดตามตัวเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี

 

นอกจากนี้หน่วยคอมมานโด ยังจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์และเป็นหัวหน้าอังยี่ ซ่องโจร ก่อนนำตัวไปจับสึกและฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมให้นำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

 


 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LTuspxuiodc

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ