05 มิ.ย. 2561
2,037 ครั้ง

'ดอน' ดอดพบนายกฯ แจงปมกกต. มีมติขาดคุณสมบัติ ยันเคยแจ้งเรื่องหุ้นภรรยาต่อ ป.ป.ช.มาแล้ว 4 ครั้ง

ก่อนประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อชี้แจงปม กกต.มีมติขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากภรรยาถือครองหุ้นร้อยละ 5 โดยไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ขณะที่ในการประชุม

 

ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเข้ามา ได้มีรัฐมนตรี และข้าราชการที่เข้าร่วมประชุม ได้ทักทายสอบถามนายดอน กับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย เช่นเดียวกับนายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่เข้าร่วมประชุมนัดแรกก็ได้รับความสนใจเช่นกัน อย่างไรก็ตามหลังประชุม ecc นายดอน ได้หลบผู้สื่อข่าวขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปขึ้นรถกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างไร ขณะนายกรัฐมนตรี มีสีหน้าอารมณ์ดี โค้งคำนับกับสื่อก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เช่นเดียวกัน

 

ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระโหม ปฎิเสธแสดงความเห็นว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ หลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถูกมติของ กตต.ให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี

 

ทั้งนี้ส่วนตัวยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกรณีดังกล่าว เพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศสิงคโปร์ ส่วนต้องให้ นายดอน แสดงสปิริตลาออก หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ขอให้ไปถามเจ้าตัวเอง พร้อมถามกลับกระแสข่าวการปรับครม.มาจากที่ใด ก่อนจะระบุว่าเป็นการคาดการณ์ไปเอง

 

ทั้งนี้มีรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ได้หารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แล้วถึงกรณีของ รมว.ต่างประเทศ โดยคสช. จะให้อำนาจการตัดสินใจของนายดอน ปรมัตถ์วินัย ว่าจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ โดยรัฐบาลจะไม่กดดันและปรับออกจาก ครม.

 

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่เห็นมติว่าชี้ความผิดในประเด็นใดบ้าง จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้ ดังนั้นขณะนี้ นายดอน ยังคงสามารถทำหน้าที่ต่อได้ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่

 

ขณะเดียวกันเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่คำกล่าวของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้เปิดเผยถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งกรณีภรรยาถือหุ้นเกิน 5% ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีว่า

 

ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจากสื่อเพียงอย่างเดียว และยังไม่ได้รับรายงานใดๆที่เป็นลายลักษณ์อักษรจาก กกต.ทั้งสิ้น ซึ่งกรณีหุ้นดังกล่าว ตนเองได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ไปแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยหุ้นดังกล่าวเป็นมรตกทอดจากบิดาของภรรยามานานกว่า 37 ปีแล้ว และไม่ใช่หุ้นสัมปทาน แต่เป็นหุ้นในครอบครัว ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นก็เป็นญาติพี่น้องเพียง 6-7 คน และไม่เคยแตะต้องเลยตั้งแต่ได้รับมา ทั้งนี้ หากได้รับการติดต่อจาก กกต. ตนก็พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบอีกครั้งตามขั้นตอนต่อไป

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6-rKUlhzvCI

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ