05 มิ.ย. 2561
2,493 ครั้ง

อดีตสามียังปฏิเสธฆ่าเผานั่งยางเศรษฐีนีสงขลา เผยวิธีฆ่าเลือดเย็น จับหัวโขกผนังก่อนบีบคอจนสิ้นลม

อดีตสามีฆ่าเผานั่งยางเศรษฐีนีเมืองสงขลา ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้ฆ่านั่งยาง แต่ยอมรับอยู่กับผู้ตายในวันเกิดเหตุ ตร.คุมสอบเข้ม คาดปมฆาตกรรมโหดมาจากเรื่องชู้สาว หลังพบนำผู้หญิงมานอนค้างในบ้านผู้ตาย  พบวิธีการฆ่าอย่างเลือดเย็นจับหัวโขกผนังก่อนบีบคอจนสิ้นลมคามือ

 

จากกรณีการฆาตกรรมเผานั่งยาง นางสาวภิญญดา แป้นจันทร์ หรือ อ้อย นักธุรกิจสาวชื่อดังเมืองสงขลา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งมาพบชิ้นส่วนกระดูกและแหวนเพชรตกอยู่ในกองหญ้า ใกล้จุดเผานั่งยาง บริเวณป่าหญ้าใกล้คลองส่งน้ำ บ้านท่านางหอม  อำเภอสงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา

 

ล่าสุดนายกฤษดา ไหมขาว หรือ โรจน์ อดีตสามี ผู้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวกับตำรวจกองกำกับการ 2 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 หลังถูกกดดันอย่างหนัก โดยพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผบตร เป็นผู้สอบปากคำด้วยตนเอง กว่า 1ชั่วโมง

 

โดยนายกฤษดา ให้การภาคเสธว่าไม่ได้ฆ่าภรรยา ส่วนเรื่องการนำศพไปเผานั้นขอให้การในชั้นศาล แต่ยอมรับว่าวันเกิดเหตุอยู่กับผู้ตายจริง และมีปากเสียงกับผู้ตายจริง แต่ไม่ได้ฆ่า ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นทำลายศพ  ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน และเตรียมควบคุมตัวฝากขังต่อศาลต่อไป

 

จากนั้นพลตำรวจเอกวิระชัย เปิดเผยว่า ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีสะทกสะท้าน บางครั้งก็ยิ้มและหัวเราะ โดยทางผู้ต้องหายังยืนยันที่จะให้การภาคเสธ ขอให้การในชั้นศาล ทั้งนี้แม้จะให้การภาคเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนาทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานบุคคลแวดล้อมต่างๆอย่างแน่นหนา สามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องปมการฆาตกรรมนั้น

 

จากการสอบถามพบว่า ผู้ต้องหามีความโกรธแค้นที่ถูกผู้ตายด่าทอเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวที่มีปัญหากันมาระยะหนึ่ง โดยผู้ก่อเหตุไม่มีงานทำ จึงขอกลับมาทำงานกับผู้ตายและขออาศัยที่บ้านเกิดเหตุ และมีปากเสียงกันบ่อยครั้งเรื่องการนำหญิงสาวมานอนค้างที่บ้านของผู้ตาย ทำให้ผู้ตายโมโหมาก จึงด่าทอและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง โดยเริ่มมีปากเสียงกันช่วง 17.00 น. วันที่ 23 พ.ค. จากนั้นเวลา 19.00 น. เสียงทะเลาวิวาทเงียบลง ขณะนั้นคาดว่าผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายผู้ตายด้วยจับหัวระแทกกับขอบประตูและผนังบ้าน จนมีบาดแผลฉกรรจ์ เสียเลือด และบีบคดจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต จากนั้นผู้ก่อเหตุก็นั่งมองศพ และคิดหาวิธีจัดการกับศพ

 

โดยเลือกที่จะนำศพไปเผานั่งยาง โดยอุ้มศพขึ้นรถเบนซ์ผู้ตายไปเผาที่ป่าจุดพบเศษกระดูก ในช่วงกลางวัน และขณะที่เผาศพนั้น ผู้ก่อเหตุก็นั่งดูอย่างใจเย็น จนไฟดับก็นำก้อนหิน ทุบทำลายชิ้นส่วนกระดูก และโยนทิ้งแบบกระจัดกระจายบริเวณป่าหญ้า เพื่อทำลายหลักฐาน

 

จากนั้นนายกฤษดาก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แวะเวียนไปมาบ้านผู้ตายและบ้านญาติบ่อยครั้ง โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัว หรือมีพิรุธ กระทั่งหลบหนีไปที่ จ.พัทลุงบ้านเกิด อาศัยตามบ้านญาติสนิท จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ติดตามกดดันอย่างหนักสามวันสามคืน จึงเข้ามอบตัว

 

สำหรับหลักฐานสำคัญที่นำไปขยายผลจนทราบผู้ก่อเหตุนั้น มาจากลูกชายผู้ตาย ที่โทรศัพท์ติดต่อผู้ตาย แต่นายกฤษดา ผู้ก่อเหตุเป็นคนรับสาย ซึ่งตามปกติลูกชายจะรู้นิสัยแม่ว่า จะไม่ให้นายกฤษดารับโทรศัพท์ จึงเริ่มสงสัย ประกอบกับญาติมาแจ้งว่าผู้ตายหายออกจากบ้านติดต่อไม่ได้มาหลายวัน จึงแจ้งตำรวจและแกะรอยติดตามจนไปพบการเผานั่งยาง และนำไปสู่การติดตามผู้ก่อเหตุ

 

จากนั้นในช่วงบ่าย ตำรวจได้นำรถเบนซ์ของผู้ตาย มาตรวจสอบดีเอ็นเอ และหาหลักฐานสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากรถคันนี้ ผู้ก่อเหตุนำศพขึ้นรถไปเผา โดยพบคราบโคลน เส้นผมภายในรถ ซึ่งรถเบนซ์คันนี้ผู้ก่อเหตุ นำไปฝากไว้ที่บ้านญาติคนสนิทในจังหวัดพัทลุง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องในการหลบหนีและให้ช่วยเหลือผู้ต้องหาก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bQtj_iVE8yA

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ