07 มิ.ย. 2561
1,716 ครั้ง

ผบ.ตร.หลบสื่อ กลับไทยมือเปล่าไร้เงา 'อดีตพระพรหมเมธี'

จากกรณีที่สื่อมวลชนเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์การกลับมายังประเทศไทย ของพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังเดินทางไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อดำเนินการรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับประเทศไทยซึ่ง เที่ยวบิน TG 923 กำหนดลงจอดในเวลา 12.35 น.

 

ขณะที่สื่อมวลชนเฝ้ารอบริเวณประตู 5 ผู้โดยสารขาเข้า บริเวณชั้น 2 แต่ปรากฏว่าในเวลาต่อมามีรายงานว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเดินทางออกผ่านประตู 10 ฝั่งผู้โดยสารขาออกซึ่งอยู่บริเวณชั้น 4 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงเวลา 12.50 น.

 

ทำให้ไม่มีสื่อใดสามารถบันทึกภาพผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะได้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ทีมข่าวสอบถามผู้โดยสารในเที่ยวบิน TG 923 ที่เดินทางจากสนามบินแฟรงเฟิร์ค เยอรมนี มาที่ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ก็ยืนยันว่ามีการพบเห็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยสารมาในเที่ยวบินดังกล่าวและเดินทางลง ที่สนามบินสุวรรณภูมิจริง แต่ไม่พบว่ามีพระร่วมเดินทางมาด้วย

 

ทั้งนี้มีรายงานอีกว่าทางการไทยได้ประสานขอความร่วมมือให้เยอรมนีพิจารณาคำร้องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี ภายใน 3 วัน ซึ่งทางการเยอรมนีได้รับไปดำเนินการ ทางพลตำรวจเอกจักรทิพย์จึงมอบหมายพลตำรวจสุทธิพล วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและทีมงานส่วนหนึ่ง รออยู่ที่เยอรมนี เพื่อประสานงานต่อไป

 

ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปติดตามคดีดังกล่าวแล้วและจะยังไม่เดินทางกลับ โดยทางไทยขอเวลา 3 วันเพื่อรอควบคุมตัวพระพรหมเมธีกลับมายังประเทศไทย ซึ่งการพูดคุยกับประเทศเยอรมันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ซึ่งส่วนตัวได้ย้ำไปแล้วว่าจะใช้เวลา 3 วัน

 

ส่วนตัวไม่ทราบว่าจะมึความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำตัวพระพรหมเมธีกลับมายังประเทศไทย แต่ไทยเคยช่วยเหลือทางการเยอรมันไว้มาก ส่วนจะมองเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ส่วนตัวได้ชี้แจงกับทางการเยอรมันไปแล้วว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง และเชื่อว่าเยอรมันจะไม่มองว่าไทยเป็นรัฐบาลทหาร ทั้งนี้ หากดำเนินการตามขั้นตอนเยอรมันระบุว่าอาจใช้เวลา 2 เดือนแต่ทางไทยได้ขอเวลา 3 วัน ซึ่งคาดว่าจะเกิดความชัดเจน

 

ทั้งนี้ พลเอกประวิตร ปฏิเสธตอบว่า หากไม่ได้ตัวพระพรหมเมธีกลับมาในเวลาที่กำหนดจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tvZnPPPoWkA

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ