08 มิ.ย. 2561
3,655 ครั้ง

นายกฯร่ายยาว ก่อน สนช.มีมติเอกฉันท์ผ่านร่าง พรบ.งบปี 62 ยันโปร่งใสเป็นธรรม

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเห็นชอบรับหลักการวาระแรกของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ประจำปี 2562 เป็นเอกฉันท์ เห็นชอบ 197 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง

 

โดยหลังจากนี้ สนช.จะใช้เวลาสงวนคำแปรญัติ 15 วัน และคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ประจำปี 2562 จะใช้เวลาพิจารณาร่างโดยละเอียดอีก 90 วัน ก่อนนำร่างเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา ในวาระ 2 และเห็นชอบทั้งร่างในวาระ 3 ต่อไป

 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ประจำปี 2562 ว่า การจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ โครงการต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะต้องไม่เป็นภาระการคลังในระยะยาว งบประมาณที่ลงไปจะต้องให้โอกาสต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างเท่าเทียมและเข้าถึงอย่างเป็นธรรม ที่สำคัญการใช้งบประมาณจะต้องเกิดประโยชน์ ไม่ซ้ำซ้อน และคำนึงด้วยว่าทำเพื่อใคร ทำเพื่อประชาชน เพราะงบประมาณมีจำนวนจำกัด ดังนั้น จะต้องมีการบริหารและมีข้อมูลเพียงพอ เพื่อจัดสรรงบประมาณลงไป

 

พร้อมย้ำว่ารัฐบาลนี้ ได้มีแนวคิดริเริ่มในการทำงบประมาณไปลงในภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่ทุกภาคจะได้งบประมาณที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ การใช้งบประมาณจะต้องระมัดระวัง และเป็นไปตามขั้นตอน ของพรบ.งบประมาณ สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ยังมีปัญหาและข้อจำกัด โดยเฉพาะความเห็นต่างของประชาชน อยากให้กรรมาธิการนำไปพิจารณา อย่างรอบครอบและดูในส่วนของพื้นที่ ที่ทำได้ก่อนและไม่เกิดปัญหา พร้อมกับรับฟังปัญหาจากประชาชนด้วย

 

นายกรัฐมนตรี ยังอยากให้มีการขยายความเข้าใจไปยังภาคครัวเรือน ทั้งการใช้บัตรสมาร์ทการ์ด รวมถึงการขยายคิวอาร์โค้ด ในการชื้อขายสินค้า ซึ่งรัฐบาลนี้มีความพยายามอย่างเต็มที่ ในการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย

 

ส่วนเรื่องกฏหมาย ประชาชนยังไม่เคารพกฏหมาย แต่รัฐบาลพยายามบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรม และอยากเรียกร้องให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏหมายด้วย ส่วนเรื่องการศึกษา ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันทั้งสถานศึกษา บุคลากรการศึกษา และตัวนักศึกษาเอง ซึ่งปัญหาที่พบยังพบว่า ยังมีการสอนในมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ใช้เด็กนักศึกษาเป็นเครื่องมือ เพราะพบว่ายังมีอาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เด็กใช้สิทธิเสรีภาพเกินจำกัด ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่ต่างประเทศ

 

อีกทั้งขณะนี้ รัฐบาลพยายามสร้างความสมดุลในการสร้างความสัมพันธ์ กับประเทศมหาอำนาจ ทั้งจากทางตะวันตกและตะวันออก ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำอะไรระมัดระวัง ที่ผ่านมาถือว่าได้รับความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศมากพอสมควร สำหรับเรื่องพุทธศาสนา รบกันทั้งคนทั้งพระ นายกรัฐมนตรีก็ถูกมองว่ารังแกพระ การนับถือศาสนาอยู่ที่ใจคน อยากให้ทุกคนมองไปที่แก่นแท้ของศาสนา ก่อนบอกว่าที่ทำบุญไปด้วยการบริจาคเงิน เคยคิดหรือไม่ ว่าตายไปจะได้ใช้หรือไม่

 

สำหรับคนที่ทำผิดกฏหมาย และยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศนั้น มีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจว่า คนที่หนีไปต่างประเทศเป็นเรื่องการเมือง เป็นเพราะรัฐบาลรังแก แต่อยากให้มองว่า คนที่หลบหนีไปเหล่านั้น ทำผิดฏหมายจริงหรือไม่ และจำเป็นต้องดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา คนเหล่านี้ก็หนีและลี้ภัย ก็ต้องทำตลอดไป

 

พร้อมย้ำว่า ตนเองรับฟังคนที่เห็นต่าง แต่อย่าให้คนเหล่านี้มาเป็นบ่อนทำลายทางการเมือง และพูดถึงสื่อโซเชียลที่ปัจจุบันพบว่า ไม่สามารถควบคุมการออกสื่อโซเชียลได้เลย แม้จะมีกฏหมายควบคุม แต่สื่อก็จะอ้างว่าต้องดำเนินการในหลักจรรยาบรรณ ซึ่งอยากให้มองว่าอีกฝ่ายทำผิดกฏหมายหรือไม่ แล้วสื่อเองจะไปขยายความเพื่ออะไร

 

ท้ายสุด นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณ สนช.ที่รับหลักการ ร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2562 พร้อมรับข้อสังเกตุของ สนช.ที่ได้อภิปรายไว้ ทั้งนี้ ประธาน สนช.นัดประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 นัดแรกวันนี้ (8 มิ.ย.) เวลา 09.00น.

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/neMew_nPHxQ

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ