09 มิ.ย. 2561
25,475 ครั้ง

ฟันผิดวินัยร้ายแรง! ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลาพบทุจริตอื้อ ครูรํ่าไห้แฉหมดเปลือกโดนข่มขู่

จากกรณีอื้อฉาวทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันในโรงเรียน หลังโลกโซเชียลแชร์คลิปเด็กชั้นอนุบาล รร.บ้านท่าใหม่  อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ต้องกินขนมจีนคลุกน้ำปลามานานกว่า 3 ปี ทำให้ผู้ปกครองทนไม่ไหวรวมตัวกันมาประท้วงผู้บริหาร จนมีคำสั่งย้ายนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.รร.บ้านท่าใหม่ ออกนอกพื้นที่พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ยังมีการทุจริตโครงการอื่นๆภายในโรงเรียนแห่งนี้อีกหลายโครงการนั้น
 
ล่าสุด พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) นำคณะลงพื้นที่ ร.ร.บ้านท่าใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยช่วงหนึ่งครูและบุคลากรของโรงเรียนได้ร่ำไห้ระบายความอัดอั้นตันใจว่าที่ผ่านมาถูก ผอ. บังคับให้ลงนามตรวจรับพัสดุ โดยข่มขู่ว่าถ้าไม่เซ็นจะไม่ผ่านการประเมิน ที่ผ่านมารับทราบว่ามีการทุจริตมาตลอด แต่ไม่สามารถพูดหรือร้องเรียนได้ เนื่องจากผู้อำนวยการจะข่มขู่ว่าหากเรื่องแดงขึ้นมาพวกตนจะมีความผิดด้วย 
 
 
พล.ท.โกศล ระบุว่า เบื้องต้นรับรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนว่า จากการตรวจสอบข้อกล่าวหาจากผู้ปกครอง รวม 10 ข้อ นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีต ผอ.บ้านท่าใหม่ มีพฤติการณ์ทุจริตและมีความผิดวินัยร้ายแรง 5 ข้อ คือ 1.โครงการจัดตั้งเสาไฟฟ้า 2.โครงการก่อสร้างถนน 3.โครงการอาหารกลางวัน 4.การขายผลผลิตปาล์มน้ำมัน และ 5.การจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะเรื่องน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยว บางคนอาจมองเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องนี้เป็นคำสั่งเด็ดขาด ห้ามมิให้จัดจำหน่าย หรือหาผลประโยชน์จากการจำหน่ายน้ำอัดลม เพราะมีผลต่อสุขอนามัยของเด็ก เป็นความผิดวินัยร้ายแรงด้วย การกระทำของนายสมเชาว์ถือว่าลุแก่อำนาจ ทั้งนี้ได้สั่งกำชับว่าจะต้องดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ดำเนินคดีทางอาญา และทางแพ่งให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับพื้นที่อื่นๆได้อีก
 
 
 
ขณะที่ ผอ.โรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง ได้ออกมาชี้แจงกรณีชาวเน็ตแฉคลิปให้เด็กรับประทานผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารกลางวันว่า ที่เห็นในคลิปไม่ใช่มาม่าแต่เป็นบะหมี่ โดยใน 1 เดือนจะมีเพียง 1 วันเท่านั้น ใส่ผักและเนื้อสัตว์ครบถ้วน ชี้เจตนาคนถ่ายตั้งใจจะดิสเครดิต
 
 
ด้าน พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ถึงกรณีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กว่า เมื่อมีการทุจริต เบื้องต้นโรงเรียนต้องรับผิดชอบ ต่อมาคือท้องถิ่น เพราะเป็นคนให้เงินไปควรมีมาตรการตรวจสอบ ดังนั้นในส่วนของ ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอก็ต้องรับผิดชอบ แต่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปดูทุกโรงเรียน ทุกเที่ยงเป็นไปไม่ได้ โดยตนจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อมีมาตรการดูแล โดยตั้งเป้าว่า จะต้องไม่ให้มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/JLl-JBYzRVc
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ