13 มิ.ย. 2561
3,104 ครั้ง

ชื่นมื่น 'ทรัมป์' ชม 'คิม จองอึน' ฉลาด หลังเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์ จับมือลงนามยุตินิวเคลียร์

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ระหว่างปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่มาเผชิญหน้ากันครั้งแรกที่ โรงแรมคาเปลล่า เกาะเซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์

 

ท่ามกลางเจ้าหน้าที่คุมกันความปลอดภัยกว่า 5 พันนาย และกองทัพสื่อมวลชนทั่วโลกกว่า 2 พันชีวิต โดยผู้นำทั้งสองได้ลงนามในเอกสารสำคัญ โดยระบุถึงประเด็นสันติภาพและการปลดอาวุธนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี

 

การเดินหน้าความสัมพันธ์ระหว่างกัน และยืนยันปฏิญญาปันมุนจอมเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์สู่เสถียรภาพและสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี คือใจความในเอกสารสำคัญที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิมจองอึน ลงนามร่วมกันที่สิงคโปร์ ในการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของโลกในศตวรรษที่ 21

 

สำหรับการพบกันระหว่างผู้นำของประเทศเสรีนิยมและประเทศสังคมนิยม ในช่วงเช้าหลังการพูดคุย 41 นาที และลงนามเอกสารสำคัญเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีทรัมป์และคิมจองอึนได้แถลงร่วมกัน ซึ่งผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือย้ำว่า โลกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากการที่เกาหลีเหนือตกลงเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์

 

ขณะที่ทรัมป์ก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะรื้อฟื้นและพัฒนาความสัมพันธ์สองประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้น และบอกว่า กระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลีจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนี้

 

สำหรับการประชุมสุดยอดครั้งนี้ อาจถือได้ว่าประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย และเป็นที่ยินดีของประชาคมโลกอย่างมาก หลังท่าทีระหว่างสองผู้นำชื่นมื่นและการประชุมเป็นไปด้วยดี รวมถึงยังได้เห็นท่าทีสบายๆ ของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือที่ต่างไปจากก่อนหน้า ขณะที่ทรัมป์เองก็ชมคิม จองอึนว่า เฉลียวฉลาดในการเจรจาต่อรองมาก และตั้งใจว่าจะเชิญคิม จองอึนมาเยือนทำเนียบขาวอย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้มีช็อตสีสันระหว่างการพบเจอกันทั้งคู่อยู่หลายเหตุการณ์ อาทิ ปธน.ทรัมป์ได้โชว์ภายในของรถลีมูซีนประจำตำแหน่ง คาดิแลค วัน หรือมีชื่อเล่นว่า The Beast ซึ่งเป็นรถลิมูซีนประจำตำแหน่งของผู้นำสหรัฐที่เดินทางไปพร้อมกับประธานาธิบดีสหรัฐในทุกๆที่ มีมูลค่าราว 48 ล้านบาท สามารถคุ้มกันจากอาวุธเคมี หรือจรวด RPG โดยมีช่วงหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลับทีมอารักขาของนายทรัมป์ได้เปิดประตูรถให้ทางนายคิมได้ชมภายในรถด้วย

 

นอกจากนี้ผู้นำมหาอำนาจโลก อาทิ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ได้ออกมายกย่องในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์นี้ เพราะจะเป็นความหวังในการสร้างสันติภาพของโลก แต่ทั้งนี้มีข้อมูลว่าทางฝั่งรัสเซียมองว่า การพบกันครั้งนี้ยังมีปีศาจร้ายแฝงอยู่ พร้อมเตือนให้เกาหลีเหนืออย่าไว้ใจโดนัลด์ ทรัมป์มากเกินไป

 

โดยภายหลังการเสร็จสิ้นการประชุม ทั้ง 2 ผู้นำได้แยกย้ายเดินทางกลับในช่วงค่ำ โดยทางโดนัลด์ ทรัมป์ มีจุดหมายต่อไปที่เกาะกวม ดินแดนของสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่าตกเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ทางเกาหลีเหนือจะยิงอาวุธนิวเคลียร์ใส่

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ