13 มิ.ย. 2561
14,357 ครั้ง

สาวโพสต์ประสบการณ์ ผลข้างเคียงจากการฝังยาคุมกำเนิด ผ่าเอาออกแขนช้ำ แพทย์ยันช่วยป้องกันตั้งครรภ์ 99.9%

น.ส.อินทุอร ครุฑน่วม อายุ 20 ปี แชร์เรื่องราวผลข้างเคียงจากการฝังยาคุมกำเนิดที่แขน และนำไปโพสต์ในกลุ่มรวมพลคนเห่อลูก โดยระบุว่า เมื่อคลอดลูกเสร็จ หมอแนะนำให้ฝังยาคุมกำเนิดที่แขนซ้าย ระยะ 3 และ 5 ปี เพราะสามารถป้องกันได้ 99.9% และสะดวกไม่ต้องกินยาคุมและใช้ถุงยางอนามัย หากต้องการมีลูกคนต่อไป ค่อยกลับมาผ่าตัดออก แต่มีผลข้างเคียงคือช่วงที่ตั้งท้องน้ำหนักสูงสุด 55 กก. หลังคลอด 1 เดือนลดลงเหลือ 39 กก.

 

แต่จะได้รับผลข้างเคียง ซึ่งภายในระยะเวลา 1 ปี 7 เดือน และยังไม่ครบกำหนด 3 ปี น้ำหนักขึ้นมา 65 กก. ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอย่างไรก็ไม่ลด ประจำเดือนไม่มา ปวดหัวบ่อย เมื่ออุ้มลูกหรือทำงานหนักก็จะปวดแขนข้างที่ฝัง หน้ามีสิว เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต จึงอยากจะผ่าตัดเอาหลอดยาคุมออก หมอต้อง 3 เข็ม จนเกิดรอยเขียวช้ำ เพราะนำแท่งยาออกมาค่อนข้างยาก เพราะถูกฝังลึกถึงชั้นเอ็นกล้ามเนื้อ ซึ่งลึกกว่าปกติ ส่วนที่โพสต์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อแชร์ประสบการณ์ ให้ผู้หญิงคนอื่นๆได้ทราบเป็นอุทาหรณ์

 

ด้าน นพ.กิตติ โฆษิตรังสิกุล สูตินารีแพทย์ รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ และแอดมินเพจหมอจิ๋ม อธิบายว่า การฝังยาคุมกำเนิดที่แขนมี 2 แบบ คือป้องกันได้ 3 ปี และ 5 ปี ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงสุด 99.9% ในสถิติ 1 พันคน จะมี 1 คนที่อาจตั้งครรภ์

 

แต่มีผลข้างเคียงคือจะปวดหัว มึนหัว ประจำเดือนมากระปริบกระปรอย หรืออาจไม่มีเลยก็เกิดขึ้นได้แล้วแต่ตัวบุคคล ซึ่งหากรู้สึกว่ารบกวนกับชีวิตประจำวัน ก็สามารถมาผ่าเอาออกได้ จากกรณีที่เกิดขึ้นมีการฝังลึกเกินไป และคนไข้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จนแท่งยาอาจเลื่อนตำแหน่ง เลยผ่าตัดออกยากจนเป็นรอยเขียวช้ำดังกล่าว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dPqMKXdvWn0

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ