23 มิ.ย. 2561
4,992 ครั้ง

'แม่น้องการ์ตูน' เปิดใจปมขอรับบริจาคใช้หนี้ รพ.ยอดเงิน1.9ล้าน หลังคู่กรณีไม่ยอมจ่าย

จากกรณีรถกระบะของ น.ส.น้ำผึ้ง พุ่งชนร้านสเต็กปากซอยเอกชัย 119 ย่านบางบอน เมื่อปี 57 เป็นเหตุทำให้นายภาณุทัต ศักดิ์สิทธิพันธ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านสเต็กเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ ด.ญ.นราศิริ หรือ น้องการ์ตูน อายุ 5 ขวบขณะนั้น ซึ่งเป็นลูกสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งศาลฎีกาตัดสินจำคุกจำเลยที่ก่ออเหตุ 1 ปี พร้อมชดใช้เงินจำนวน 6 ล้านบาท ซึ่งผลจากคดีดังกล่าว ทำให้คุณแม่น้องการ์ตูนซึ่งสูญเสียสามีและลูกก็ต้องมาบาดเจ็บสาหัส ครอบครัวเหมือนตายทั้งเป็น
 
 
ล่าสุด น.ส.ศรัญญา ชำนิ คุณแม่น้องการ์ตูน ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือหลังทางโรงพยาบาลได้ส่งจดหมายให้ชำระหนี้ค่ารักษาน้องการ์ตูน เป็นจำนวนเงิน 1.9 ล้านบาท โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วเคยมีการเจรจาขอผ่อนผันกับทางโรงพยาบาล โดยทาง รพ. มีทางเลือกให้ 3 ทางคือ 1. จ่ายเต็ม 1.9 ล้าน, 2. ผ่อนจ่าย ได้สูงสุด 24 งวด (งวดละ 80,000 บาท) ไม่รวมดอกเบี้ย 3. ให้ รพ.ฟ้องร้อง ตอนนั้นทนายอาสาที่ช่วยดูแลเรื่องให้ เห็นว่าแม่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อ 1 หรือ 2 ได้ จึงต้องเป็นภาวะจำยอมตามข้อ 3 และหากมีการฟ้องร้องถึงศาล ศาลอาจจะมีความเห็นใจเนื่องจากตนมีค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลลูกทุกเดือน อาจจะลดหย่อนให้
 
 
โดยคดีเกี่ยวกับรถชนนั้น ศาลได้สั่งให้คู่กรณีจ่ายเงินจำนวน 6 ล้านบาท ซึ่งคู่กรณีไม่ยอมจ่าย ตนจึงจ้างทนายความให้สืบทรัพย์ เพื่อส่งให้กรมบังคับคดีใช้อำนาจในการยึดขายทอดตลาดนำเงินมาชดใช้ให้ตน แต่จากการสืบทรัพย์ ปรากฎว่าคู่กรณีไม่มีทรัพย์สิน ทำให้หนี้ที่เกิดขึ้นทางตนต้องเป็นคนรับผิดชอบ เพราะทางโรงพยาบาลเองก็ฟ้องคู่กรณีเช่นเดียวกันแต่เชื่อว่า ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เพราะอีกฝ่ายไม่มีทรัพย์
 
 
โดยคุณแม่น้องการ์ตูนระบุว่า เรื่องการขอรับบริจาคนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะจนถึงเวลานี้ตนก็ไม่ได้รับการชดใช้จากฝั่งผู้ก่อเหตุตามศาลสั่ง ที่ผ่านมาพยายามทุกทางทั้งทางแล้ว แต่ทางผู้เสียหายไม่มีทรัพย์สินมาชดใช้ตามคำสั่งศาลได้ เช่นเดียวกับค่ารพ. ซึ่งแม่เป็นเจ้าของไข้ ก็ต้องรับผิดชอบส่วนนี้ ที่ผ่านมาขอผ่อนผันไปแล้วและถึงเวลาที่ต้องชำระค่ารักษา แต่ก็ไม่รู้จะหาทางใดที่จะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาได้ เพราะทุกวันนี้ก็มีค่ารักษาพยาบาลและเลี้ยงดูครอบครัวจำนวนมาก ตนทำงานเพียงลำพัง การออกมาขอรับบริจาคนี้ ไม่ได้ต้องการเงินไปใช้ส่วนอื่น หากครบตามจำนวนที่รพ.เรียกเก็บตนก็จะปิดบริจาคทันที ส่วนทางผู้ก่อเหตุตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงเวลานี้ก็ไม่เคยมีการพูดคุย หรือแม้กระทั่งคำขอโทษหรือมารับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำ แต่พอพ้นโทษออกมาเขาก็ยังใช้ชีวิตปกติ แต่เรากลับต้องตายทั้งเป็น ซ้ำต้องมารับภาระหนี้สินจากเหตุนี้อีก เหมือนเรื่องนี้กลับมาวนเวียนในชีวิตรอบที่สอง ตอนนี้ยังรู้สึกกังวลว่าบ้านจะถูกยึด ซึ่งหากยึดบ้านดังกล่าวไปห่วงน้องการ์ตูนจะไม่มีที่อยู่
 
ส่วนอาการบาดเจ็บของน้องการ์ตูน ขณะนี้ก็ดีขึ้น ขยับร่างกายได้ รับรู้อารมณ์ได้ ส่วนสภาพจิตใจก็ดีขึ้น ตนไม่เคยพูดเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลูกฟังแม้ลูกจะไม่รับรู้ก็ตาม เพราะไม่รู้ว่าสมองน้องคิดได้มากแค่ไหน จึงกลัวว่าลูกจะคิดมาก ซึ่งที่ผ่านมาคู่กรณีไม่เคยถามถึงอาการของน้องเลย ทั้งๆ ที่เกิดจากความประมาทของตัวเอง โดยปัจจุบันแม่ยังคงประกอบอาชีพขายสเต็ก น้ำพริก และข้าวแกง หาเลี้ยงครอบครัวเหมือนเดิม
 
 
 
  
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tGnKQv96tf4
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ