01 ส.ค. 2561
12,878 ครั้ง

หมากัดกันเป็นเหตุ! ขึ้นป้ายไล่ 'หมาจัญไร' กลางหมู่บ้าน เจ้าของหมาโต้กลับ ยันดูแลดีมาตลอด

เชียงใหม่-โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพป้ายไวนิลขนาดใหญ่เป็นภาพสุนัขตัวหนึ่ง โดยมีข้อความระบุในลักษณะการขับไล่ให้สุนัขตัวดังกล่าวออกไปจากหมู่บ้านเนื่องจากสร้างความเดือดร้อน

 

โดยโพสต์ระบุข้อความโดยสรุปว่า สุนัขบ้านตนชื่อเจ้าโบ้ไปกัดกับสุนัขข้างบ้าน แต่เจ้าของสุนัขคู่กรณีกลับไปแจ้งความ ทั้งที่พี่ชายเข้าห้ามโดนกัดได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ได้แจ้งความ จากนั้นคู่กรณีกลับขึ้นป้ายขับไล่ พร้อมอ้างว่าคนในหมู่บ้านไม่มีใครเห็นด้วย 

 

จากการตรวจสอบพบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และได้พบป้ายดังกล่าวยังติดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง  โดยเจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ต้นเหตุมาจากเมื่อวันที่ 20 ก.ค. เมื่อตนกลับมาบ้านได้เห็นสุนัขที่ตนเลี้ยงชื่อ แมมมอธ พันธุ์พุดเดิ้ล เพศผู้ อายุ 4 ปี นอนสลบอยู่ในบริเวณบ้าน มีบาดแผล และเลือดออกจำนวนมาก จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล

 

แพทย์ระบุว่า น้องหมาถูกกัดอย่างรุนแรง มีบาดแผลตามร่างกายทั้งหมด 8 แห่ง กล้ามเนื้อผนังท้องฉีกขาด 3 มัด ลำไส้ และไต เคลื่อนที่ผิดรูป อาการขั้นโคม่าต้องทำการผ่าตัดด่วน โดยค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 13,000 บาท และต้องพักรักษาตัวประมาณ 3 วัน

 

จากนั้นในคืนเดียวกัน เมื่อตนเองกลับมาที่บ้านทางเจ้าของหมาคู่กรณีซึ่งอยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา ถือแก้วเหล้าอยู่ในมือ ได้เดินมาพูดคุยบอกว่าแมมมอธ และเจ้าโบ้กัดกัน โดยมีสามีของเขามาห้ามและถูกกัดบาดเจ็บอีกด้วย และในวันต่อมาเพื่อนบ้านมาเล่าให้ฟังว่า เจ้าโบ้กระโดดข้ามรั้วเข้าไปกัดสุนัขของตนถึงในบ้าน

 

ตนจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจซึ่งคู่กรณียอมชดใช้ค่าเสียหาย 2 พันบาท พร้อมจะนำสุนัขออกจากหมู่บ้านภายในวันที่ 17 ส.ค. แต่หลังจากเกิดเรื่องกลับยังปล่อยปละละเลยให้สุนัขวิ่งอยู่นอกบ้าน คอยไล่เห่า ไล่กัดชาวบ้านรายอื่นๆ ซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนแก่ จากการสอบถามทางนิติผู้ดูแลหมู่บ้านทราบว่า ได้ส่งหนังสือเตือนหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

 

ตนจึงทำหนังสือสอบถามไปยังเพื่อนบ้านรายอื่นๆ จนทราบว่ามีชาวบ้านหลายรายเดือดร้อนเพราะสุนัขตัวนี้ แต่ไม่สามารถบอกกล่าวกับเจ้าของสุนัขได้เนื่องจากมีพฤติกรรมอันธพาล ตนจึงได้ทำป้ายประกาศดังกล่าวเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เจ้าของสุนัขมีความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลสุนัข และสามัญสำนักในการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อไม่ให้เป็นชาวบ้านรายอื่นๆต้องเดือดร้อนอีกต่อไป

 

สำหรับกระแสในโลกออนไลน์ที่กล่าวหาว่าตนกระทำเกินกว่าเหตุนั้น ตนอยากให้คิดว่าเรื่องที่สุนัขโดนกระทำนั้นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนรักสุนัข สุนัขก็เปรียบเสมือนเด็กคนนึง ซึ่งหากไม่มีการห้ามปรามตั้งแต่ตอนนี้ เหตุการณ์อาจจะรุนแรงถึงขั้นมีเด็กถูกกัดจนเสียชีวิตได้

 

ขณะที่ทีมข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับเจ้าของเจ้าโบ้ยืนยันว่า เหตุดังกล่าวสุนัขของตนไม่ได้กระโดดเข้าไปกัดในบ้าน แต่เป็นการไล่กวดและกัดกันข้างนอก เพราะวันนั้นช่วงเที่ยงตนกำลังออกไปขายของข้างนอก จึงปล่อยสุนัขออกมาวิ่งเล่น ก่อนที่ เจ้าโบ้จะไล่กวดสุนัขคู่กรณีและเข้ากัดที่บริเวณหน้าบ้าน

 

ทำให้สามีต้องเข้าไปแยกจนถูกสุนัขของคู่กรณีกัดที่มือซ้ายด้วย จากนั้นได้อุ้มสุนัขคู่กรณีไปที่บ้านก็เห็นรูที่คาดว่าจะใช้รอดออกมา โดยตอนนั้นตนกดกริ่งแต่ไม่มีคนอยู่บ้าน ซึ่งตนเห็นเหตุการณ์และยืนยันว่าเหตุเกิดนอกบ้าน เพราะหากถ้าเกิดด้านในสามีของตนจะเข้าไปช่วยจนได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร

 

เจ้าของเจ้าโบ้ กล่าวต่อว่า เหตุที่เกิดขึ้นจนสามีได้รับบาดเจ็บก็ไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน รวมทั้งเขาอ้างว่าเขาใหญ่โตเป็นนักเลงพัทยา ถึงสู้ไปเขาก็ชนะ เขามีทนายเก่งอันดับ 1 ของประเทศ และเขาก็ได้มาแจ้งความกับพวกตน จนตำรวจเรียกเข้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ย ซึ่งตอนแรกเขาเรียกค่ารักษาพยาบาล 5 พันบาท แต่ตนมีแค่ 2 พันบาท รวมทั้งพวกตนก็ยอมทำตามที่เรียกร้องคือ ให้เจ้าโบ้ออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งทางเขาก็บอกว่าหลังวันที่ 17 ส.ค. จึงจะมาถอนแจ้งความให้ ซึ่งพอเป็นข่าวดังก็หวังว่าเขาจะทำตามที่รับปากไว้ เพราะพวกตนไม่อยากให้เป็นคดีความ อยากให้เรื่องจบ

 

ทั้งนี้ยืนยันว่าดูแลสุนัขอย่างดีมาตลอด ได้มีการกั้นรั้วแต่เจ้าโบ้ก็ยังกระโดดออกไปข้างนอกไปรื้อถังขยะ แต่หลังจากนั้นก็มีการทำรั้วให้สูงขึ้นจนกระโดดออกไปไม่ได้ และจะปล่อยเป็นเวลาในช่วงที่ตนอยู่และคอยดูตลอด ส่วนรูปที่มีการคุ้ยขยะก็เป็นบ้านตนและเป็นภาพเก่า ส่วนที่กล่าวหาว่าเข้าไปอุจจาระในบ้านคู่กรณีนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะเจ้าโบ้ ตัวใหญ่จะกระโดดข้ามรั้วบ้านคู่กรณีที่สูงได้อย่างไร ประกอบกับไม่มีคนเห็นจึงนับว่าเป็นการกล่าวหากัน

 

ส่วนการขึ้นป้ายดังกล่าวนั้นเขาทำขึ้นวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพวกตนพยายามพูดคุยแต่เขาไม่คุยด้วย จึงไม่เข้าใจว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องประจานสุนัข และพวกตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้มีการพูดคุยในกลุ่มญาติ จนหลานเอาไปโพสต์ลงในโลกออนไลน์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ได้ลบโพสต์แล้ว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lelrx0bJgYY

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ