16 ม.ค. 2562
5,565 ครั้ง

ชาวกรุงตื่นตัวป้องกันฝุ่นควัน วิจารณ์ดราม่าครูไม่ให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยไปเรียน

ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตื่นตัวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากกระทบกับสุขภาพ ซึ่งอาจสะสมเรื้อรังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดได้ อ้างอิงจากองค์การอนามัยโลกถือว่าเป็นเพชฌฆาตเงียบ ที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆที่คร่าชีวิตคนจำนวนมาก

 

ดังนั้นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือเข้าไปอยู่บริเวณที่มีปริมาณ PM2.5 จำนวนมาก ส่วนเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัย ก็จำเป็นต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการป้องกัน กรณีที่ในขณะนี้หน้ากาก N95 ขาดตลาด

 

จากงานวิจัยพบว่าสามารถใช้หน้ากากประเภทอื่นๆทดแทนได้ อย่างเช่น ใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยมีกระดาษทิชชูซ้อนภายใน 2 ชั้น หรืออาจประกบกับผ้าเช็ดหน้า ก็ถือว่ามีส่วนช่วยกรองได้ และถ้าเป็นไปได้เพื่อสุขภาพที่ดีก็ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวัน

 

อย่างไรก็ตามในโลกออนไลยน์มีการแชร์เรื่องราวดราม่า ของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ที่ได้ไปส่งน้องชายที่โรงเรียน และน้องป่วยเป็นภูมิแพ้ จึงให้สวมหน้ากาก อนามัย N95 เพื่อป้องกันฝุ่นละออง

 

แต่เมื่อไปถึงหน้าโรงเรียน ครูที่ยืนหน้าประตูได้ถามว่า “น้องชายไม่สบายหรือไม่” ทางผู้ปกครองจึงตอบว่า “ไม่ได้ไม่สบาย แต่เป็นภูมิแพ้ เลยให้ใส่หน้ากากกันฝุ่นไว้” ปรากฏว่าครูคนดังกล่าวสั่งให้ถอดหน้ากากออก บอกว่าผิดกฎโรงเรียน จนทำให้ผู้ปกครองเกิดมีปากเสียงกับครูหน้าประตู ก่อนที่ครูฝ่ายปกครองจะมาเจรจาแทนจนนักเรียนสามารถใส่หน้ากากเข้าไปได้

 

ซึ่งเมื่อเรื่องราวเผยแพร่ออกไป ได้มีคนมาแสดงควมเห็นจำนวนมาก และต่อมาทางโรงเรียนได้ประกาศหน้าเสาธงให้นักเรียนใส่หน้ากากอนามัยแบบที่กันฝุ่นได้เข้าในโรงเรียน จบดราม่าดังกล่าวลงด้วยดี

 

ขณะที่เว็บไซต์ Change.org ได้มีการตั้งแคมเปญให้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนแก้วิกฤตรุนแรง ที่ไม่ใช่การฉีดน้ำ โดยมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วหลายพันคน

 

นอกจากนี้คนในแวดวงการเมือง ศิลปินดารา และนักวิชาการ ได้ออกมาโพสต์เรียกร้องให้มีการแก้วิกฤตที่กเดขึ้นอย่างเร่งด่วนเช่นกัน

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-RksIRW7E-c

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ