20 ม.ค. 2562
2,438 ครั้ง

สถานการณ์ฝุ่นจิ๋วกลับมาแย่อีก เตือน 21 ม.ค.หนักขึ้น - ผู้เชี่ยวชาญชี้ฝุ่นละอองส่วนใหญ่ถูกลมพัดมาจากกัมพูชา

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 วันที่ 20 ม.ค.62 พบสถานการณ์ฝุ่นละอองแย่ลงอีก มีพื้นที่ 20 จุด ที่มีปริมาณฝุ่นเกิดมาตรฐาน โดยเขตที่หนักที่สุดคือเขตคลองเตย ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนพรุ่งนี้ วันที่ 21 ม.ค. สถานการณ์ฝุ่นละอองจะหนักขึ้นอีก
 
ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นจนกว่าปัญหาจะคลี่คลายและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
 
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่าในระยะนี้สภาพอากาศมีกลุ่มเมฆค่อนข้างน้อยและความชื้นน้อยลง จึงยังไม่สามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้ ประกอบกับในวันพรุ่งนี้ กทม. จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยและสภาพอากาศปิด ซึ่งอาจทำให้ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพของตนเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ เช่น พยายามอยู่ในอาคารบ้านเรือน แต่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกควรสวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นได้ เป็นต้น
 
นอกจากนี้ ศ.ดร.เสริม จันทร์ฉาย ผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ทำงานนเกี่ยวกับฝุ่นละอองในประเทศไทยกว่า 20 ปี และทำงานวิจัยร่วมกับองค์การนาซ่า เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษ ประกาศว่ากรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สูงเกินกว่ามาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลเชิงลบต่อสุขภาพของประชาชน
 
ตนจึงได้ร่วมกับทีมงานซึ่งทำงานด้านฝุ่นละอองในประเทศไทย นำข้อมูลที่ได้ตรวจวัดที่มหาวิทยาลัยศิลปากร อ. เมือง จ. นครปฐม มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางบรรยากาศต่าง ๆ โดยนำข้อมูลจากเครื่องซันโฟโตมิเตอร์ซึ่งตรวจวัดฝุ่นละอองที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จ. นครปฐม มาวิเคราะห์พบว่า มีค่าดัชนีความขุ่นมัวสูงถึง 0.8 ซึ่งถือว่าสูงมาก (ค่าปกติประมาณ 0.2 - 0.4) และพบว่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากการเผาชีวมวล เช่น วัสดุทางการเกษตร
 
นอกจากนี้ ยังได้นำข้อมูลจากเครื่องไลด้า (Lidar) ซึ่งติดตั้งที่มหาวิทยาลัยศิลปากร มาตรวจสอบ พบว่าชั้นของฝุ่นละอองอยู่ต่ำกว่า 1 กิโลเมตร (โดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 2 กิโลเมตร) ส่วนสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์
 
พร้อมกันนี้ยังได้นำภาพถ่ายจุดที่มีการเผาไหม้ (fire spots) จากดาวเทียมโมดิส (MODIS) ของนาซ่า (NASA) มาตรวจสอบร่วมกับแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า มีจุดของการเผาไหม้หนาแน่นมากในประเทศกัมพูชา และจากแผนที่อากาศพบว่า มีกระแสลมพัดจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย จากข้อมูลซันโฟโตมิเตอร์ ซึ่งบอกว่า ฝุ่นละอองส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ชีวมวล และจากภาพถ่ายจุดที่มีการเผาไหม้ประกอบกับแผนที่อากาศ จึงสรุปได้ว่า ฝุ่นละอองที่ก่อปัญหาให้กับประเทศไทยขณะนี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน
 
ศ.ดร.เสริม กล่าวอีกว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาทางเดินหายใจ สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวจะต้องทำการวิจัยยืนยันให้ชัดเจน และจะต้องมีการเจรจากันในระดับภูมิภาคให้มีมาตรการควบคุมการเผาวัสดุทางการเกษตร
 
 
 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/y2eh6dmqV1A
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ