26 ม.ค. 2562
2,554 ครั้ง

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 วิกฤตหนัก คนดังแชร์ผลกระทบพิษฝุ่น พบยอดผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 วิกฤตหนัก เวลา 10.00 น. เกิดค่ามาตรฐาน 36 จุด ทั้งนี้ ยอดผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจมีสถิติเพิ่มขึ้นมาก แพทย์ขอให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง งดกิจกรรมวิ่งมาราธอน เตือนระวังตกเป็นเหยื่อทางการตลาดเวลาซื้อหน้ากากป้องกันฝุ่น และอุปกรณ์ติดรูจมูกที่นำเข้าจากอินเดียยังไม่เคยได้รับข้อมูลว่าใช้ป้องกันฝุ่นได้จริง  
 
ด้าน นายสนธิ คชวัช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์และธรรมชาติความเป็นอยู่ของประเทศไทยเวลานี้ กำหนดมาตรฐานการเกิดปริมาณฝุ่น พีเอ็ม 2.5 หรือ ฝุ่น 2.5 ไมครอน ไว้ที่ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเหมาะสมดีแล้ว แต่ปีหน้า 2563 หรือเมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ ค่ามาตรฐานก็คงต้องปรับเป็น 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งกลุ่มนักวิชาการก็จะเป็นผู้นำเสนอข้อมูลนี้ต่อคณะกรรมการควบคุมมลพิษให้ประกาศปรับเปลี่ยน
 
"เวลานี้เราอยู่ในฐานะของประเทศกำลังพัฒนา มีรายได้ปานกลาง ค่อนข้างสูง ความจริงที่เป็นอยู่ที่เราเห็นคือ มีการก่อสร้างมากมาย ทั้งตึก และรถไฟฟ้า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล การกำหนดปริมาณการเกิดฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นมาตรฐานของกลุ่มประเทศเช่นนี้ เพราะหากไปใช้มาตรฐานที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์ ในความเป็นจริงจะทำยากมาก เพราะมาตรฐานดังกล่าว มีประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศในยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ รวมถึงญี่ปุ่น เท่านั้น แม้กระทั่งประเทศสหรัฐอเมริกา ยังใช้ค่ามาตรฐานที่ 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ปัญหาที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานจะอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีสภาพวิกฤตทั้งปี เพราะเมื่อคิดค่าเฉลี่ยทั้งปีแล้ว ประเทศไทยทั้งประเทศมีปริมาณพีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 25-35 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม เร็วที่สุด คือปีหน้า หรือไม่ก็เมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ ค่ามาตรฐานฝุ่น พีเอ็ม 2.5 จะต้องปรับเป็น 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพราะถือว่าเราได้รับรู้ และเตรียมการที่จะลดปริมาณมลพิษจากแหล่งกำหนดได้พอสมควรแล้ว"
 
นายนสนธิ กล่าวต่อว่า ที่เราค่อนข้างจะกังวลมากเวลานี้ก็คือ ความเจ็บป่วยของประชาชน เพราะในต่างประเทศ ทั้งอเมริกา ยุโรปบางประเทศกำหนดเอาไว้ว่าเมื่อใดที่ปริมาณ พีเอ็ม 2.5 เกิน 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเมื่อใด โรงเรียนจะต้องปิดทันที และเมื่อใดที่ขยับไปถึง 55.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ และเด็กๆ ห้ามออกจากบ้านมาอยู่กลางแจ้ง แต่เวลานี้บ้านเรายังไม่มีความชัดเจน จริงจังในเรื่องนี้ มีข่าวน่ากังวลว่า หลายโรงพยาบาลนั้น หอผู้ป่วยเด็ก มีคนไข้ล้น 
 
ด้าน ฮาน่า ทัศนาวลัย โพสต์ไอจีถึงผลกระทบของฝุ่นละออง PM 2.5 บอก สงสารน้องฮาร์เปอร์ ลูกชายคนโตที่ต้องไปหาหมอจากปัญหาพิษฝุ่นละออง "ไอไม่หยุด นอนไม่ได้ #ไอจนอ้วก #ไอไม่ได้นอน #ฝุ่นไม่ใช่เล่นๆๆ #เล่นเอาไอทั้งบ้าน #ร้องเจ็บคอจนกลืนน้ำยังไม่ได้ #ทวงคืนลมหายใจให้ลูกหลาน #WeNeedFreshAir ปล. ก่อนหน้านี้ 4วันที่แล้วไปหาหมอมา ได้ยามาทานแต่ไม่ดีขึ้น แย่ลง เลยต้องมาอีก ที่บ้านมีเครื่องกรอกอากาศคะ แต่ลูกไปโรงเรียน ที่รร ไม่มีนะคะ ลูกใส่ที่ปิดปากไปตอนเช้า แต่ช่วงอยู่ที่รร คงหายใจไม่สะดวก ถอดบ้างใส่บ้าง ชีวิตอยู่ยากละคะ สงสารจับใจ"
 
ขณะที่ คุณกรุณา บัวคำศรี ผู้ประกาศข่าว โพสต์เฟซบุ๊กเล่าถึงเหตุการณ์ซื้อหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 แต่ติดศุลกากรสนามบินสุวรรณภูมิ แจงการซื้อของแบบนี้นี้เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยถูกต้องทุกประการ คนที่วิพากษ์เรื่องภาษีถือว่าวิพากษ์ผิดประเด็น ประเด็นที่อยากชวนถกเถียงคือถ้าเราคิดว่ามลพิษทางอากาศที่เราเผชิญอยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว เราควรจะมีวิธีหรือมาตรการเพื่อเอื้อให้คนที่ต้องการป้องกันตัวเองสามารถทำได้อย่างสะดวกหรือง่ายขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ หากเราอยู่ในภาวะวิกฤต วิธีการที่ใช้เดิม ๆ ไม่มีทางแก้ได้ดอก เพราะมันคือภาวะวิกฤต เป็นภาวะที่ไม่ปกติ และการออกมาตรการเพื่อบรรเทาวิกฤตก็ไม่จำเป็นต้องฝืนกฎหมายที่ใช้อยู่ เท่านั้นเองประเด็นของดิฉัน ส่วนภาษีไม่เคยเลี่ยง จ่ายครบทุกบาททุกสตางค์ 
 
 
 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cjdavBO9nUE
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ