01 ก.พ. 2562
1,274 ครั้ง

นักการเมืองเสนอแก้ปัญหาฝุ่น ให้คนทำงานจากบ้าน-ห้ามการก่อสร้างช่วงกลางวัน ถึงสิ้นเดือน มี.ค.

จากวิกฤตปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดต่อกันเป็นเวลานาน และเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้น

 

ล่าสุดบรรดาพรรคการเมืองได้ออกมาประกาศนโยบายที่จะแก้ปัญหาฝุ่นดังกล่าว โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเปิดเผยความจริงของสถานการณ์ ไม่ควรปิดบังข้อมูล เพราะกลัวกระทบกับการท่องเที่ยวแต่ต้องประกาศเขตมลพิษและสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

จากนั้นต้องระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อระดมความเห็นกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหา โดยเชื่อว่า ภายใน 2-3 วันก็จะมีมาตรการรูปธรรมออกมา เพราะข้อมูลต่างๆทั้งสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหามิติต่างๆ ของนักวิชาการมีอยู่แล้วจำนวนมาก ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนฟรีๆ อย่างทั่วถึง

 

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบอกว่า การทำงานที่บ้าน work from home จะช่วยลดการจราจร ลดฝุ่นพิษ ซึ่งตอนนี้โลกยุคใหม่ โลกออนไลน์อยู่ที่ไหน ก็ทำงานได้ แนะให้ทำงานที่ออฟฟิศอาทิตย์ละ 4 วัน จากนั้นให้ทำงานที่บ้าน จะช่วยลดมลพิษได้ 20%

 

ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าได้ก่อให้เกิดฝุ่นหยาบขนาด P.10 ซึ่งแตกเป็น P 2.5 ได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ห้ามการก่อสร้างในเวลากลางวัน ให้ก่อสร้างในเวลากลางคืนไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม

 

รวมทั้งห้ามโรงงานประเภทที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองหรือควันหยุดปฏิบัติงานในเวลากลางวันไปจนสิ้นเดือนมีนาคม ต้องให้ตึกที่มีความสูงเกิน 20 ชั้น ให้ใช้สเปรย์น้ำ จากชั้นสูงสุดในทั้ง 4ทิศทาง ตามเวลาที่ทางราชการจะประกาศ โดยทางราชการต้องจัดหาปลายสูบขนาดจิ๋วให้  และศึกษาความเป็นไปได้ ในการสร้างหอคอยขนาดใหญ่ สี่มุมเมือง เพื่อฟอกอากาศเป็นการเร่งด่วน

 

รัฐต้องมีนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยการลดภาษีและค่อยๆลดรถยนต์ดีเซลที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ผลิตน้ำมันในตระกูลไบโอดีเซลออกใช้โดยเร็วที่สุด เริ่มจาก B -20 มีเป้าหมายที่ B-100 ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเข้มงวดการตรวจสภาพรถยนต์ของขสมก. หากต้องเปลี่ยนระบบรถขสมก.ให้ปลอดมลพิษ ก็ต้องทำ ส่วนรถบรรทุกวิ่งใช้ในกทม. ใช้มาตรการเข้มงวด หากตักเตือนแล้วไม่ฟัง ให้มีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นยึดรถ 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_e_4pezTWwg

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ