01 ก.พ. 2562
4,105 ครั้ง

แม่ขอความเป็นธรรม ไม่เชื่อลูกชายยิงตัวตาย หลังเจอเขม่าดินปืนที่มือพ่อตา พร้อมพิรุธอีกหลายจุด

กรณีที่ครอบครัวจากจังหวัดชุมพรได้เดินทางร้องเรียนต่อ สตม. กองปราบและสื่อมวลชน หลังลูกชาย คือนายวสันต์ หรือบ่าว โตวะจักร อายุ 28 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองนอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์กระบะตนเอง ซึ่งจอดอยู่ข้างบ้านพ่อแม่ของภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 พบเขม่าดินปืนที่มือพ่อตา หลักฐานทุกอย่างดูย้อนแย้ง

 

แต่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร สรุปว่าเป็นการยิงฆ่าตัวตาย ทำให้แม่ผู้เสียชีวิตปักใจเชื่อว่าลูกชายไม่ได้ฆ่าตัวตายตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุ พร้อมนำโลงศพไปโบกปูนเก็บไว้ที่วัดท่ามะปริง อ.เมือง จ.ชุมพร จนกว่าตำรวจจะสรุปผลการชันสูตรพลิกศพที่แท้จริง

 

นางวันเพ็ญ โตวะจักร อายุ 51 ปี แม่ผู้ตาย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 ช่วงเช้าแม่ยายของลูกชายโทรมาบอกให้ตนไปดูลูกชาย เพราะทะเลาะกับภรรยา ตนก็เดินทางไปซึ่งพอไปก็เห็นทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ ตนจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไป และอยู่ดูท่าทีของทั้งคู่ครึ่งชั่วโมงก็กลับบ้าน หลังจากนั้นลูกชายก็ตามไปหาตนที่บ้าน ซึ่งก็มีอาการปกติพูดคุยหยอกล้อกันธรรมดา ไม่มีวี่แววเสียใจ หรือเครียดอะไร ปกติดีทุกอย่าง และก่อนกลับลูกชายได้ขอเงินตนไป 100 บาท แล้วก็กลับบ้านภรรยาไป

 

จากนั้นช่วง 2 ทุ่มตนได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายแม่ยายลูกชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ปลายสายบอกว่าลูกชายยิงตัวตาย ตอนนั้นตกใจมากเพราะเพิ่งเจอลูกไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน แล้วลูกจะตายได้อย่างไร ตนจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุพบว่าฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้พาร่างลูกไปโรงพยาบาลแล้ว โดยที่ไม่รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจพิสูจน์ หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาก่อน

 

ทำให้ตนสงสัยว่าลูกชายอาจจะไม่ได้ยิงตัวตายแต่อาจจะถูกยิง เพราะอย่างแรกคือจากเหตุผลเรื่องการรีบนำศพออกจากพื้นที่ไม่รอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจพิสูจน์นั้น ต่อมาแม่ยายได้บอกว่าลูกชายตนยิงตัวตายในรถ แต่คราบเลือดทุกอย่างกลับไม่มีในรถ ซึ่งฝ่ายพ่อตาอ้างว่าได้เอารถไปล้าง ยิ่งทำให้ตนสงสัยว่าทำไมต้องรีบเอารถไปล้าโดยที่ไม่รอเจ้าหน้าที่ก่อน

 

อีกทั้งพ่อตากับภรรยาบอกว่าลูกตนตายอยู่หลังรถ ข้างนอกตรงล้อหลัง นั่งพิงรถ ซึ่งไม่ตรงกัน ที่สำคัญมีการแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจว่าลูกตนก่อเหตุและเสียชีวิตเมื่อเวลา 18.30 น. แต่ทำไมพึ่งมีการโทรมาบอกตนและครอบครัวเมื่อเวลา 20.00 น. อีกอย่างคือลูกชายตนถนัดซ้ายเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงตัวตายแล้วเล็งไปยังอกข้างซ้าย

 

รวมไปถึงในที่เกิดเหตุวันเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบปืนที่ยิง แต่ไปพบปืนอีก 3 วันต่อมาถูกฝังอยู่อยู่ในกองทรายห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย ซึ่งคนที่พบคือฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้ ตนจึงมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายจะยิงตัวตายแล้วยังจะเอาปืนไปซ่อนได้อีก

 

และก่อนหน้านี้ฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้ได้บอกกับตำรวจว่า ทางครอบครัวตนเป็นฝ่ายเอาปืนไปซ่อนเพราะปืนเป็นของตน จนตนต้องถูกตำรวจสอบสวนอยู่นาน ทั้งที่ความจริงแล้วปืนนั้นไม่ใช่ของตน เพราะขนาดเงินจะซื้อข้าวกินยังลำบากจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อปืนตามที่ฝ่ายโน้นกล่าวหา จากข้อขัดแย้งหลายๆ อย่างจึงทำให้ตนเชื่อว่าลูกชายไม่ได้ยิงตัวตาย และจะเก็บศพไว้จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปคดีได้

 

ทั้งนี้บุคคลที่ตนสงสัยที่สุดคือพ่อตาของลูกชาย เพราะทางบ้านของลูกสะใภ้ไม่ค่อยชอบลูกชายตน เพราะกลัวว่าลูกชายตนจะพาลูกสาวไปลำบากจึงทำให้ลูกชายและพ่อตาไม่ค่อยลงรอยกัน

 

ด้านญาติผู้ตาย กล่าวว่า ทิศทางปืน และการจับมันผิดวิสัยของคนถนัดซ้าย ที่ดูแล้วยังไงก็ไม่สามารถเอาปืนจ่อเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายตรงหัวใจได้ อีกทั้งผลการชันสูตรศพที่ออกมาพบว่า มีบาดแผลฉกรรณ์อยู่อกซ้ายแล้วซีกโครงด้านล่างหัก 3-4 ซี่ สันหลังหัก ซึ่งทางตำรวจบอกว่ากระสุนชิ่งไปโดนกระดูก 4 ซี่หัก ซึ่งจากที่พ่อผู้ตายไปดูผลชันสูตรด้วยตัวเองก็พบว่ากระสุนอยู่กระจุกเดียวเกือบทะลุด้านหลัง ไม่ได้ชิ่งไปไหนเลย ทำให้ครอบครัวและญาติๆ คาดการณ์ว่าก่อนที่จะมีการยิงน่าจะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น

 

และจะเป็นการฆ่าตัวตายนั้นเป็นไปได้ยากมาก อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุอาวุธปืนหายไป จนต่อมาภายหลัง 3 วันพบปืนถูกซุกซ่อนไว้ในกองทรายใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะที่พบคืออยู่ในลักษณะพร้อมบรรจุกระสุน เพราะเป็นปืนลูกซองสั้นมีการหักกลางลำเอาไว้

 

ซึ่งตนคิดว่าผู้ตายไม่สามารถทำแบบนั้นได้ จนต่อมาตำรวจได้แจ้งมาว่าพ่อตาเป็นคนเอาไปซ่อนและมีการตรวจพบเขม่าดินปืนที่มือพ่อตาด้วย ซึ่ง ตร.ก็บอกเพียงเท่านี้ไม่ได้มีอะไรต่อ แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้เป็นแบบนี้ เพราะตอนที่หาปืนไม่เจอทางฝ่ายครอบครัวภรรยาผู้ตายพยายามบอกว่าปืนเป็นของพ่อแม่ผู้ตาย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันไปมาตลอดเวลา

 

ด้านภรรยาผู้ตาย เผยถึงเหตุผลว่าก่อนหน้าที่สามีจะก่อเหตุ ทางแม่ได้มาพูดปรึกษากับสามี ถึงเรื่องที่น้องชายโดนเรียกเงินจากบ้านผู้หญิงที่น้องชายคบหาเรียกค่าเสียหาย หลังพาแฟนสาวมานอนค้างที่บ้าน แต่สามีนั้นไม่มีเงินที่จะช่วย ทางแม่ของสามีจึงกลับไป และก่อนที่จะเกิดเหตุไม่กี่วันแม่ของสามี ก็ได้มาเอา จยย.ที่สามีได้ผ่อนมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเองไป

 

โดยสามีได้พูดตัดพ้อกับตนเองว่า พาแฟนมาลำบากเพราะเรามันจน ตนเองนั้นก็ไม่ดีที่ไม่สามารถหาเงินให้ที่บ้านได้และสิ่งของที่เป็นของตนเองพ่อกับแม่ก็เอากลับไปหมดแล้ว เหลือแต่พระเพียงองค์เดียวที่พ่อได้ฝากไว้ก่อนที่จะนำไปคืนกับพ่อ และก็กลับมาก่อเหตุในเวลาต่อมา

 

ทางภรรยายังได้โต้ว่า คนในครอบครัวตนไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าสามี เพราะก็ไม่ได้มีสมบัติอะไร สิ่งของที่มีก็ร่วมสร้างกันขึ้นมา ตนเองมีลูกด้วยกัน 2 คนโดยคนโตอายุ 9 ขวบและลูกชายคนเล็กอายุเพียง 3 เดือน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะฆ่าสามี

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nsm57OBVWMM

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ