30 เม.ย. 2562
5,578 ครั้ง

จับแล้ว 5 คนแก๊งเงินกู้ดอกโหด ปมฆ่ายกครัว 3 ศพ เก็บดอกสูงร้อยละ 30 หนุ่มปาดคอลูก-เมียโดนคดีด้วย

จากกรณีนายณัฐศักดิ์ คำเขิน อายุ 46 ปี ใช้มีดฆ่าปาดคอ ภรรยาและลูกสาววัย 5 ขวบกับ 1 ขวบ 3 เดือน เสียชีวิตภายในร้านรับติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ ถนนหทัยราษฎร์ย่านมีนบุรี กทม. ก่อนใช้มีดทำร้ายตัวเองหวังฆ่าตัวตายตามหนีหนี้สิน แต่มีคนมาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน สาเหตุเกิดจากความเครียดกู้เงินนอกระบบ ต้องหาเงินจ่ายดอกวันละ 8 พันบาท ซึ่งตำรวจติดตามแก๊งนายทุนได้ 4 คน ยอมรับเป็นคนเก็บเงินกู้จริงแต่ไม่ใช่เจ้าหนี้

 

คืบหน้าวานนี้(29 เม.ย.) ตำรวจขออำนาจศาลมีนบุรีออกหมายจับเพิ่มอีก 6 ราย โดยควบคุมตัวมาสอบปากคำ 5 ราย และอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มอีก 2 ราย โดย พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล  3 ระบุว่า แก๊งเครือข่ายเงินกู้นอกระบบที่คุมตัวได้แล้ว 5 ราย ในขณะนี้เป็นแค่คนทำหน้าที่เก็บเงินและคนแจกใบปลิวเท่านั้น ยังไม่ใช่ตัวนายทุนเงินกู้ ซึ่งขณะนี้กำลังหาความเชื่อมโยงไปถึงตัวนายทุน

 

จากการสอบปากคำเครือข่ายเงินกู้ พบข้อมูลที่น่าตกใจเพราะเก็บดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 30 แต่จะเขียนในใบปลิวว่าดอกร้อยละ 20  บางรายจะหักดอกเบี้ยไว้ทันที ซึ่งจะได้เงินไม่เต็มตามจำนวนที่กู้ยืม และบางรายจะต้องจ่ายดอกเบี้ยลอย วันละ 300 ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหาเงินต้นมาจ่าย

 

พ.ต.อ.ชาญวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติการณ์ลักษณะนี้เข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วย ซึ่งการแจ้งข้อหาแต่ละรายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ของแก๊งเงินกู้นอกระบบแต่ละราย เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกงประชาชน และเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฏหมายกำหนด นอกจากนี้ตำรวจยังเตรียมส่งเรื่องให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินการฟอกเงินนอกระบบ

 

ส่วนตัวนายนัท ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าภรรยาและลูก ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตำรวจนำตัวไปฝากขังในเรือนจำมีนบุรี ซึ่งอาการของผู้ต้องหาขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนจะควบคุมตัวไปเรือนจำลาดยาวเพื่อรักษาตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลมีนบุรี

 

สอบปากคำนายนัท เบื้องต้นพบว่า ไปกู้ยืมเงินนอกระบบประมาณ 7- 8 ราย ค้นหาข้อมูลจากใบปลิวและในเฟซบุ๊ก รวมถึงภรรยาเป็นผู้ช่วยหาข้อมูลแหล่งเงินกู้นอกระบบ เริ่มกู้ยืมเงินมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว นำมาลงทุนร้านประดับยนต์ติดตั้งเครื่องเสียงและกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบมาเรื่อย ๆ เป็นดินพอกหางหมูทำให้ต้องจ่ายเงินต้นรวมดอกเบี้ย วันละประมาณ 8 พันบาท เบื้องต้นคาดว่าน่าจะกู้มาทั้งหมดประมาณ 2 แสนบาท

 

ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้นิมนต์พระสงฆ์ เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำพิธีเรียกวิญญาณ หลังจากที่มีผู้ได้ยินเสียงและเห็นวิญญาณของผู้ตายยังวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยญาติได้นำดอกไม้ 3 กำ พร้อมกับเขียนชื่อผู้เสียชีวิตแนบไปกับดอกไม้ จากนั้นสายสิญจน์ไปวนรอบห้องก่อนที่พระจะเริ่มสวดเพื่อเรียกวิญญาณออกจากที่เกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงแล้วเสร็จ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้อง

 

สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ได้มีพิธีฌาปนกิจศพที่วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านมีนบุรี เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ (29 เม.ย.)บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว และอาสากู้ภัยซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของนายนัทและผู้ตาย

 

ผู้สื่อข่าวไปพูดคุยกับนายสุพจน์ คะบิน ลุงของผู้ตาย  เผยว่า ตอนนี้สภาพจิตใจครอบครัวย่ำแน่แต่ไม่ติดใจนายนัท เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเอาอะไรกลับคืนไม่ได้แล้ว เขาได้รับกรรมแล้ว พร้อมระบุว่า นางสาวกิ่งแก้ว หลานสาวเป็นคนกลัวตาย เคยโทรมาเล่าให้ฟังว่านายนัท เคยพูดจะฆ่ายกครัวหลายครั้ง ส่วนปัญหาหนี้สิน ตนถามนายนัท ว่านำเงินไปทำอะไร แต่นายนัทไม่บอก 

 

ตนเคยบอกให้หลานสาวกลับไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แต่หลานสาวไม่ยอมไปเพราะรักลูกและสามีมาก ไม่เคยมีปัญหาครอบครัว ส่วนทางคดีให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย หลังเกิดเหตุยังไม่ได้เจอนายนัท อยากถามทำไมถึงฆ่าลูกเมียได้ลงคอ ใจจริงอยากให้นายนัท มาเคารพศพ ที่นายนัทให้การว่า พร้อมใจกันตาย มันเป็นไปไม่ได้เพราะเด็กไม่รู้เรื่องอะไร

 

ก่อนตายหลานสาวทำประกันไว้ ซึ่งคนที่เซ็นรับต้องเป็นพ่อแม่แท้ ๆ แต่แม่ของนางสาวกิ่งแก้วขาดการติดต่อไปตั้งแต่เด็ก ๆ โดยตนโทรไปบอกพ่อแท้ ๆ ของนางสาวกิ่งแก้ว ว่าลูกสาวตายอยากให้มางานศพ และมาเซ็นเอกสารรับเงินประกัน วงเงิน 2 แสนบาท แต่เขาพูดว่าไม่ใช่พ่อของนางสาวกิ่งแก้ว จึงไม่สามารถนำเงินมาใช้จัดงานศพได้

 

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง  พร้อมสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศกวดขันจับกุมและสืบสวนหาข่าวกลุ่มนายทุนปล่อยเงินกู้เรียกรับดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีฐานข้อมูลผู้ที่กระทำผิดอยู่แล้ว ยืนยันไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดหรือกลุ่มใดแม้กระทั่งบุคคลมีสี หากมีหลักฐานการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น 

 

ด้าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ได้กำชับ จนท.แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ให้ครอบคลุมทั้งวงจรในทุกกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมตั้ง พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบ แทน บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หัวหน้าชุดคนเก่า

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MeXX341KB9o

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ