28 มิ.ย. 2562
2,097 ครั้ง

ตร.ชุมพรยิงตัวตายคาบ้านพัก เครียดถูกย้ายสายงานที่ไม่ถนัด จากคำสั่งย้ายกลายเป็นคำสั่งตาย

ชุมพร-พบศพ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์ อายุ 48 ปี เสียชีวิตคาบ้านพัก จากสาเหตุการจ่อยิงขมับขวาฆ่าตัวตาย

 

โดยฝนที่เกิดเหตุ จนท.พบสมุดบันทึกที่ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ เขียนข้อระบายไว้ 3 หน้ากระดาษ โดยระบุถึงสาเหตุที่ต้องยิงตัวตามมาจากคำสั่งที่ถูกย้ายจากงานสายป้องกันและปราบปราบ ไปอยู่ในตำแหน่งงานสอบสวน อย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม ความอัปยศต่างๆนาๆในแวดวงสีกากีและเส้นสายในการวิ่งเต้นโยกย้ายในตำแหน่ง จนตำรวจดีๆต้องหมดหวังหมดกำลังใจ เจ้าหน้าจึงเก็บสมุดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกำส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล

 

จากการสอบสวนทราบว่าช่วงเกิดเหตุ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ออกเวรกลับบ้าน เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนเพียงคนเดียวโดยชั้นบนของบ้านได้ปิดไฟมิดสนิท ขณะลูกสาวคนโตอายุ 14 ปี เรียนชั้น ม.1 นั่งทำการบ้านอยู่บริเวณชั้นล่าง ส่วนภรรยาและลูกชายวัย 9 ขวบ เดินออกไปหาพี่ชายซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 400 เมตร ไม่นานมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ลูกสาวที่นั่งทำการบ้านอยู่เข้าใจว่าเป็นเสียงรถท่อรถจักรยานยนต์ ต่อมาจึงคิดเอะใจว่าทำไม่พ่อปิดไฟในห้องและชั้น 2 บนบ้านทั้งหมดจนมืดสนิท จึงโทรศัพท์ไปบอกแม่ให้รีบกลับมาดู และเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปดูก็พบว่า ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ยิงตัวตายดังกล่าว

 

ขณะที่นางแอนนา สินธุนนท์ อายุ 44 ปี ภรรยาผู้ตายได้กล่าวว่า สามีเกิดความเครียดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาหลังมีคำสั่งย้ายจากตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันและปราบปราม ไปอยู่ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน เป็นการย้ายตำรวจจากงานถนัดไปอยู่งานที่ไม่ถนัด ไม่เคยสอบถามใดๆทั้งสิ้น คิดจะย้ายใครไปอยู่ตรงไหนก็ย้ายโดยรู้ถึงปัญหา ตนขอตัดขาดจากวงการตำรวจนี้อย่างเด็ดขาดจะไม่ขอเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น

 

จึงอยากฝากถามไปถึงระดับผู้ใหญ่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การโยกย้ายตำรวจแต่ละครั้งคิดจะย้ายใครไปไปอยู่ตรงไหนก็ได้ใช่ไหม โดยไม่เคยสอบถามผู้ที่ถูกย้ายว่ามีความสามารถด้านใดทำงานอะไรได้บ้างเคยรู้ปัญหาเหล่านี้ไหม ไม่ใช่คิดแต่จะหาผลประโยชน์วิ่งเต้นตำแหน่งกันคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้กลายเป็นคำสั่งตาย ทำลายครอบครัวตนลูกๆทั้ง 2 คนต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเด็กขาดเสาหลักของครอบครัว

 

ด้านพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตอนนี้ส่วนตัวยังไม่ได้รับรายงานถึงแรงจูงใจในการเสียชีวิต แต่หากเป็นเรื่องจริงก็รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของการที่จะเข้าไปปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ ว่ามีความรู้ความสามารถตรงกับตำแหน่งที่มีการปรับย้ายหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้จะต้องนำเรียนในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายครั้งต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f4wpBmJlUUM

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ