10 เม.ย. 2557
13,272 ครั้ง

คุมเข้มยิงปืนขึ้นฟ้า

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 กล่าวว่าคนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกระสุนปืน เพราะว่าทุกครั้งที่ยิงปืนขึ้นฟ้ากระสุนจะตกลงพื้น พร้อมยอมรับว่าการยิงปืนขึ้นฟ้า เกิดในทุกเทศกาล แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นงานสุขแต่ปลายทางคือการตาย

 

 

ส่วนการดำเนินการของตำรวจแต่ก่อนอาจหาที่มาของกระสุนไม่เจอ แต่ปัจจุบันสามารถสืบหาได้ ดูจากทิศทาง ชนิดกระสุน และองศาการยิง ที่สามารถเสาะหาได้ โดยใช้วิธีการพิสูจน์ คือ ดูทิศที่ตกลงมาว่ามาจากทางใด  ลักษณะและชนิดของกระสุนก่อนเดินตามไปในทิศทาง

 

 

ระบุการยิงมีโทษหนักและสามารถจับกุมคนร้ายได้ พร้อมยกตัวอย่างคดีน้องมายด์ ที่ จ.ราชบุรี เมื่อปี 54 พร้อมยกตัวอย่าง กระสุน .45 หรือ 11 มม. ตกลงมาจากฟ้า = น้ำหนัก 3 กก. หล่นลงมาที่ความสูง 1.2 ม. ซึ่งรุนแรงมาก ขณะที่กระสุน 9 มม. ตกลงมาจากฟ้า = น้ำหนัก 1 กก. หล่นลงมาที่ความสูง 1.9 ม. ซึ่งรุนแรงมากเช่นกัน

 

 

ย้ำคนยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างไรก็ต้องตก ไม่ได้อยู่บนอวกาศหรือนอกโลก และเสี่ยงที่จะโดนคนอื่นได้ มองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมาก กระสุนที่ยิงออกไปมันอาจจะโดนใครก็ได้ ย้ำ "อย่ายิงปืนขึ้นฟ้า" และไม่ใช่การสร้างเสริมบารมี เป็นความเชื่อที่ควรเปลี่ยน แนะทำบุญดีกว่า

 

 

ระบุการยิงปืนขึ้นฟ้ามีโอกาสถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ส่วนการยิงปืนในที่สาธารณะก็มีความผิด ผู้ใดเห็นสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ถ้ามีบ้านไหนที่ดื่มสุราแล้วมึนเมา และชอบยิงปืนสามารถแจ้งตำรวจได้ มีโทษแม้จะยิงในบ้านตนเองก็ตาม

 

 

ทั้งนี้อยากให้ประชาชนแจ้งความ "ยิงปืนขึ้นฟ้า" เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการปฏิบัติงานของตำรวจ พร้อมยกกรณีตัวอย่างที่ จ. อ่างทอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามรูปแบบนี้ ทำให้สามารถสาวถึงคนผิดได้ ซึ่งทาง สตช.มีมาตรการ "ยิงปืนขึ้นฟ้า ก็ฆ่าคนได้" รณรงค์ไม่ให้เกิดเหตุ

 

 

"คนไทยชอบสร้างเสริมบารมีด้วยวิธีการยิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งความจริงเราสามารถทำได้อย่างอื่น ที่ไม่สร้างโทษให้แก่ใคร" พล.ต.อ.จรัมพร

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ