27 ก.ย. 2562
12,151 ครั้ง

ไขทุกข้อสงสัย กับ 5 คำถามที่มักกวนใจตอนกินเจ

ปีนี้ประเทศไทยของเรายังคงมีลูกหลานทั้งเชื้อสายจีนและไม่จีน ถือศีลกินเจกันอย่างคึกคักเหมือนทุกปี แต่หลายคนกินเจกันมาก็หลายปีแล้ว ก็ยังมีคำถามอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็น ใครเป็นผู้ริเริ่มเทศกาลนี้? ทำไมผักบางชนิดกินไม่ได้? แล้วทำไมหอยนางรมที่เป็นสิ่งมีชีวิตกินได้? ที่สำคัญ 9 วันนี้ควรกินอย่างไรไม่ให้น้ำหนักขึ้น? มาคลายข้องใจทั้งหมดที่มักเกิดขึ้นในช่วงกินเจกัน...

 

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเทศกาลนี้กันก่อน เทศกาลกินเจ หรือเทศกาลถือศีลกินผัก เป็นเทศกาลประจำปีที่คนไทยเชื้อสายจีน ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน เพื่อละเว้นสิ่งมีชีวิต ชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ และยังเป็นการช่วยให้ร่างกายได้หยุดพักจากอาหารหนัก ๆ ที่กินกันมาไม่ยั้งตลอดทั้งปีอีกด้วย

 

โดย เทศกาลกินเจ มีจุดเริ่มต้นมาจากศาสนาพุทธนิกายมหายาน มีระยะเวลาในการปฏิบัติรวม 9 วัน ซึ่งจะกำหนดวันตามจันทรคติของปฏิทินจีน คือ ตั้งแต่ขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี ดังนั้นในระยะเวลาดังกล่าว ผู้ที่กินเจจะไม่กินเนื้อสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เข้าวัด ทำบุญทำทาน

 

 

กินเจห้ามกินอะไรบ้าง?

 
1. เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นม ไข่ เนย น้ำผึ้ง และน้ำมันจากสัตว์
2. ผักกลิ่นแรง 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) กุยช่าย หัวหอม และใบยาสูบ 
3. ของมึนเมา
 
 
ทำไมห้ามกินผักบางชนิด?
 
หลายคนสงสัยมาตลอดว่า เอาอะไรเป็นเณฑ์วัดให้กระเทียม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) กุยช่าย หัวหอม และใบยาสูบ เป็นพืชต้องห้ามสำหรับการกินเจ ทั้งที่มันก็คือผักเหมือนกัน
 
 
เรื่องนี้มีคำอธิบาย เนื่องจากผักเหล่านี้ มีรสหนัก กลิ่นรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ และทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกายของเรา เป็นเหตุให้อวัยวะสำคัญภายในทำงานไม่ปกติ โดยมีความเชื่อหลักเวชศาสตร์จีนโบราณ ดังนี้
 
 
1.กระเทียม จะส่งผลต่อธาตุไฟ มีผลต่อการทำงานของหัวใจ
 
 
2. หัวหอม จะส่งผลต่อธาตุน้ำ มีผลต่อการทำงานของไต 
 
 
3. หลักเกียว หรือกระเทียมโทนจีน มีลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่เล็กและยาวกว่า ซึ่งผักชนิดนี้จะส่งผลต่อธาตุดิน มีผลต่อการทำงานของม้าม 
 
 
4. กุยช่าย ส่งผลต่อธาตุไม้ มีผลต่อการทำงานของตับ
 
 
5. ใบยาสูบ เป็นของเสพติดมึนเมา ส่งผลต่อธาตุโลหะ มีผลต่อการทำงานของปอด 
 
 
หอยนางรมเป็นเจ?
 
มีตำนาน 2 เรื่อง เล่าที่มาที่ทำให้มีการตีความว่าหอยนางรมเป็นอาหารเจ 
 
ตำนานแรก เล่าว่า องค์หญิงเมี่ยวซ่าน พาประชาชนที่นับถือในพระพุทธศาสนาหนีตายจากการเข่นฆ่าของพระเจ้าเมี่ยวจวงลงเรือออกทะเล (บ้างก็ว่าเป็นสาวกของเจ้าแม่กวนอิมเดินทางออกไปแสวงบุญแล้วเสบียงอาหารหมด) ด้วยความที่ท่านกินเจเลยไม่สามารถจับสัตว์น้ำได้ ท่านเลยอธิษฐานว่าจะจุ่มไม้เท้าลงไปในทะเล ถ้าสัตว์ใดถึงฆาตก็ขอให้ติดไม้เท้าขึ้นมาเพื่อให้ตนได้กิน ซึ่งก็มีหอยนางรมติดขึ้นมานั่นเอง
 
ตำนานที่ 2 เล่าว่า พระถังซำจั๋งเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ชมพูทวีป ระหว่างทางไม่สามารถหาอาหารประทังชีวิตได้ จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากมีสิ่งใดที่สามารถฉันได้โดยไม่บาป ขอจงปรากฏขึ้นมาด้วย ทันใดนั้นก็มีหอยนางรมผุดขึ้นมาจากดินเป็นจำนวนมาก 
 
 
ซึ่งในตำนานที่ 2 นี้มีอีกแบบ ก็คือระหว่างพระถังซำจั๋งนั่งเรือข้ามมหาสมุทร เสบียงเกิดหมด จึงอธิษฐานว่าหากเอาไม้เท้าจุ่มลงไปในทะเล สัตว์ชนิดใดติดขึ้นมาก็ขอให้สามารถกินได้โดยไม่ผิด แล้วก็เป็นหอยนางรมอีกนั่นเองที่ติดขึ้นมา 
 
 
จะเห็นได้ว่าแต่ละตำนานมีความคล้ายกัน ซึ่งก็มีผู้ยึดตามตำนานเหล่านี้และถือเอาว่าหอยนางรมเป็นอาหารเจ ดังนั้นก็ต้องเป็นเรื่องของดุลยพินิจของแต่ละคนว่าจะจัดให้หอยนางรมเป็นเจหรือไม่ แต่อย่าลืมว่าจุดประสงค์ของการกินเจนั้นก็เพื่อให้ชีวิต ละเว้นการเบียดเบียนสัตว์ ถ้าอย่างนั้นแล้วการไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด แม้แต่หอยรม ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ถูกหลักมากกว่า
 
 
 
ขนม-ของหวานกินได้ไหม?
 
 
คำตอบคือ กินได้ แต่ต้องดูส่วนประกอบของขนมชนิดนั้น เพราะส่วนใหญ่ในขนมมักมีนม เนย ชีส และไข่ ผสมอยู่ หรือแม้แต่ขนมที่เป็นรสสังเคราะห์เลียนแบบเนื้อสัตว์ เช่น มันฝรั่งรสไก่ ถั่วรสกุ้ง พวกนี้ก็ไม่ใช่ของเจ 
 
 
แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบก็คือ เจลลี่ ไม่ว่าจะเป็นรสอะไรก็ไม่ใช่เจ เพราะในเจลลี่มีเจลาตินเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเจลาตินนี้ทำจากไขมันสัตว์ ห้ามเผลอกินเด็ดขาด
 
 
 
กินเจอย่างไรไม่ให้น้ำหนักขึ้น 
 
1. เลี่ยงของทอด ช่วงเทศกาลกินเจตามถนนหนทางมีขายของเจทอดเยอะแยะไปหมด แต่ต้องอย่าลืมว่า ในการทอดต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก ไหนจะแป้งที่ชุบอยู่ด้านนอกอีก ทั้งแป้งทั้งน้ำมัน ถ้าไม่อยากให้น้ำหนักขึ้นก็เลี่ยงซะ
 
 
 
2. ลดปริมาณแป้ง ไม่ว่าข้าวและเส้นต่าง ๆ จะทำให้อิ่มท้อง และร่างกายเราจำเป็นต้องใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงาน แต่ถ้าได้รับเกินพอดี ก็เป็นต้นเหตุให้น้ำหนักขึ้นเช่นกัน หากต้องการแป้ง แนะนำให้กินข้าวกล้อง และธัญพืชต่าง ๆ แทน
 
 
 
3. เลือกอาหารที่ปรุงด้วยวิธีการต้ม นึ่ง เผา หรือย่าง แทนการทอด และผัด เพราะการทอดและผัดต้องเติมน้ำมัน ซึ่งทำให้อาหารจานนั้นมีแคลอรีที่สูงกว่า
 
 
 
4. เน้นกินผักผลไม้ให้มากกว่าอาหารประเภทอื่น เพราะนอกจากผักผลไม้จะมีแคลอรีต่ำแล้ว ก็ยังมีไฟเบอร์กากใยต่าง ๆ สูงด้วย จึงทำให้ระบบขับถ่ายดีนั่นเอง
 
 
 
ทุกข้อสงสัยที่มักผุดขึ้นมาระหว่างกินเจก็ได้รับคำตอบมหมดแล้ว หวังว่าเทศกาลกินเจปีนี้ทุกคนจะกินเจได้อย่างไร้ข้อข้องใจแล้วนะ :)
 
 
แต่เดี๋ยวก่อน!!! ใครที่กำลังหาอาหารเจและขนมเจอร่อย ๆ ไว้กินช่วงนี้ ลองคลิกที่ภาพด้านล่างนี้เลย ของเจดี ๆ มีคุณภาพเพียบ!
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ