02 ต.ค. 2562
1,514 ครั้ง

ดันแผนแก้ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ นายกฯเข้มอย่าให้ต้องบังคับใช้ กม. รถควันดำ-ก่อสร้าง ต้องลดฝุ่นลงให้ได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาค่าฝุ่นละอองเกิดค่ามาตรฐาน หรือ PM 2.5 ว่าที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ

 

ระดับ 1 ปกติไม่เกิน 100 ไมโครกรัม ซึ่งหากเกิน 100 ไมโครกรัม จะมีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องดูแลในเรื่องของกลุ่มเสี่ยง เช่นเด็กและสตรีมีครรภ์ และมีการเสริมมาตราการจราจร เข้มงวดการใช้ยานพาหนะ และห้ามเผา ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้ว ว่ามีความยากในการบังคับใช้กฏหมาย เพราะเกษตรกรหลายคนยังมีปัญหาอยู่ ซึ่งได้สั่งการแก้ปัญหาก่อนเกิดวิกฤตไปแล้ว โดยแบ่งออกเป็นระดับ ไม่เกิน 100 ไมโครกรัม ไม่มีผลต่อสุขภาพ

 

ระดับ 2 ค่าฝุ่น 51-755 ไมโครกรัม

ระดับ 3 ค่าฝุ่น 76-100 ไมโครกรัม

ระดับ 4 ค่าฝุ่นเกิน 100 ไมโครกรัม ซึ่งหากเกิน 100 จะต้องมีการประชุมคณะกรรมการ และรัฐบาลต้องออกมาตราการที่เข้มงวด สั่งการในระดับประเทศ และต้องขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการบังคับใช้กฏหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อยากละเว้น แต่เวลามีผลกระทบประชาชนก็ไม่ยอม จะต้องแก้ปัญหากันต่อไป

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเตือนกลุ่มเสี่ยงไว้แล้ว ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง ให้หลีกเลี่ยงทำกิจกรรม ออกกำลังกายกลางแจ้ง ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ให้สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัยไว้แจกจ่ายในทุกจังหวัด หากไม่พอให้ขอมาได้ที่ส่วนกลาง

 

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จะเร่งดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วน 3 เรื่องคือ รถ งานก่อสร้าง และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

 

ในส่วนของรถนั้นให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบสภาพ และควันดำรถโดยสารสาธารณะเข้มงวดมากขึ้น หากพบว่ารถคันใดไม่ผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสภาพ ต้องสั่งห้ามวิ่งบริการเด็ดขาดจนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานแล้วจึงนำกลับมาให้บริการได้

 

ส่วนโครงการก่อสร้างนั้น ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งจัดสเปรย์น้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีนโยบายให้ข้าราชการและพนักงานที่จำเป็นต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ และใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เช่น รถไฟ รถทัวร์ เป็นต้น

 

ส่วนในระยะยาวเตรียมหารือการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้กับรถที่ก่อมลพิษ เช่น รถที่ปล่อยควันดำหรือมีเกณฑ์ควันดำเกินมาตรฐาน ต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงกว่ารถปกติที่ไม่ก่อมลพิษ ขณะเดียวกันก็จะลดภาษี หรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

 

ด้านพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุจะมีมาตรการ 3 ใหญ่ คือ การควบคุมในพื้นที่ การลดปริมาณฝุ่นจากแหล่งกำเนิด และการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม สำหรับในเชิงพื้นที่จะมีขั้นปฏิบัติตามปกติที่ทุกคนต้องช่วยกันไม่ทำให้เกิดฝุ่น เช่น การใช้รถดีเซลต้องตรวจสภาพรถ รับผิดชอบตัวเอง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจตราอย่างเข้มข้น

 

ทั้งนี้ ในภาพกว้างทุกพื้นที่ต้องช่วยกันทำตามมาตรการ แต่หากมีสถานการณ์ที่เลวร้าย อาจต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น กฎหมายควบคุมอาคารกฎหมายจราจร และขั้นสุดท้าย ทางรัฐบาลต้องมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ได้ประชุม Conference ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน ที่ต้องเตรียมการดำเนินการทำก่อน โดยเฉพาะในช่วงเก็บเกี่ยวข้าวในเดือนพฤศจิกายนนี้ ต้องมีมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับฟางข้าว / อ้อย / ข้าวโพด ก่อนที่ปลายปีจะนำไปทำเป็นถ่านหรือใช้ประโยชน์ปุ๋ยหมัก

 

ทั้งนี้ เพื่อลดการเผาไหม้ให้ได้ และป้องกันปัญหาหมอกควันในต้นปีหน้า แต่ในขณะนี้ก็มีบางพื้นที่เกิดขึ้นแล้ว จึงต้องมีมาตรการรองรับ และทางผู้ว่าราชการจังหวัดต้องแจ้งประชาชนให้รับทราบถึงมาตรการต่างๆ ขณะเดียวกัน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครอบส่วนท้องถิ่น จะมีหน้ากาอนามัยแจกจ่ายให้กับประชาชนด้วย

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YQWuATuyBTs

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ