17 ต.ค. 2562
842 ครั้ง

สั่งสอบ 4 ตร.ยิงถล่มรถขนเหล้าเถื่อน กระสุนถูก ด.ช.วัย 13 ดับ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น"

ลำปาง - จากกรณีที่ชาวบ้านขับรถกระบะเอาเหล้าเถื่อนไปส่งให้ญาติ โดยมีลูกชายวันย 13 ปีนั่งไปด้วย ปรากฎว่าเจอด่านตรวจ จึงเลี้ยวหลบกลับ ตำรวจเข้าใจว่าเป็นรถขนยาเสพติด จึงไล่ล่าข้ามจังหวัด มีการยิงสกัด จนกระสุนไปถูกศีรษะเด็กเสียชีวิต จนกลายเป็นประเด็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
 
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากตำรวจภูธรภาค 5 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว สำหรับคดีนี้จะแบ่งสำนวนการสอบสวนออกเป็น 3 สำนวน คือ สำนวนคดีซื้อหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิต โดยฝ่าฝืน , สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต และ สำนวนคดีฆ่าผู้อื่น ซึ่งในเบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ราย ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ไปแล้ว และจะมีการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหลังจากเด็กเสียชีวิต ในส่วนการดำเนินการทางวินัยนั้น พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผบก.ภ.จ.พะเยา ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายและให้ความกระจ่างแก่สังคม
 
พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงทางคดีเป็นสำคัญ ประกอบการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการนำหลักการของยุทธวิธีตำรวจและการตัดสินใจใช้อาวุธปืน อย่างเพียงพอหรือไม่ กระทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
 
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ยึดหลักตามยุทธวิธีตำรวจ ที่ได้รับการฝึก อบรม ทบทวน มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด , การตรวจค้นบุคคล-ยานพาหนะ , การจับกุม ประกอบกับการตัดสินใจใช้อาวุธปืนในภาวะวิกฤติต่างๆ โดยนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับหมั่นฝึกทบทวนอยู่เป็นประจำ เพื่อให้เกิดความเคยชิน ลดการสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน โดยจะต้องยึดหลัก กระทำการตามอำนาจหน้าที่ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และใช้หลักยุทธวิธีตำรวจควบคู่กันไป
 
 
 
 
ขณะที่ พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง และ สภ.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ได้เดินทางมาที่บ้านพัก ในพื้นที่บ้านปงวัง ต.วังทรายคำ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นบ้านที่จัดงานสวดพระอภิธรรมศพของ เด็กอายุ 13 ปี ที่เสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ร่วมแสดงความเสียใจมาถึงทางญาติของเด็กที่เสียชีวิต และร่วมมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 10,000 บาท เพื่อมอบให้กับทางญาติ ในการร่วมทำบุญประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพ
 
พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทางเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยขั้นตอนขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยาน และหลักฐานทั้งหมด โดยเฉพาะผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของศูนย์พิสูจน์หลักฐานลำปาง ที่ได้ทำการตรวจจุดเกิดเหตุบริเวณแยกทางเข้า ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง แล้ว , รวมถึงตรวจสอบรถที่เกิดเหตุ และได้อาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่กา ทั้ง 4 นาย ไว้ตรวจสอบทั้ง 4 กระบอกแล้ว เพื่อทำการตรวจเขม่าปืน ซึ่งทั้งหมดจะเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้ โดยจะมีการสอบสวน และรวบรวมพยาน หลักฐานทั้งหมดโดยเร็ว
 
โดย ย่าของผู้ตาย เปิดเผยว่ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อ 2-3 วันก่อนที่น้องจะเสียชีวิตนั้น มีลางสังหรณ์ตนเองนึ่งข้าวเหนียวแต่ข้าวเหนียวเป็นสีแดงคล้ายกับเลือดถือว่าเป็นลางไม่ดีพยามส่งเคราะห์ส่งนามแต่ก็ไม่เป็นผลจนมาเกิดเหตุดังกล่าว และอยากให้จนท.ตรวจสอบว่าชุดจับกุมมีการซ้อมลูกชายตนหรือไม่ เพราะที่บริเวณโหนกแก้มซ้าย และที่ขาขวามีรอยพกช้ำเมื่อถามลูกชายก็บอกว่าถูกตำรวจซ้อมขณะที่เข้าจับกุม ซึ่งตอนนั้นลูกชายกำลังพยุงร่างของหลานที่อาบไปด้วยเลือดและร้องขอให้ช่วยน้องก่อน จึงอยากให้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r3baX7zl4Sg
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ