09 พ.ย. 2562
190 ครั้ง

ผบช.ภาค 9 เผย พบผู้ก่อเหตุยิงถล่ม ชรบ.ยะลากว่า 50 คน ชี้เป็นการรวมกลุ่มจาก 2 พื้นที่

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประชุมติดตามความคืบหน้าคดียิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เผย ผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 40-50 คนเป็นการรวมกลุ่มก่อเหตุจาก 2 พื้นที่
 
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ เปิดเผยหลังจากเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการร่วมพิเศษทหารพราน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมชุดสืบสวนทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้มี 2 จังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกัน คือยะลา กับปัตตานี และได้เชิญเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่มาร่วมประชุมแนวทางการสืบสวน ซึ่งแนวทางการสืบสวนที่เกิดเหตุทั้งหมดในวันเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีการโจมตี 1 จุด 
 
นอกจากนั้นอีก 5 จุดเป็นพื้นที่การโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนนระเบิดเสาไฟ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีพยานหลักฐานเยอะมากพอสมควร และจากจุดเกิดเหตุก็พบว่าคนร้ายได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างที่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้ไว้ในหลายๆ จุด การไล่ล่าติดตามจากรอยเลือด หรือจากพยานหลักฐานต่างๆ ในส่วนของการตรวจอาวุธปืนของคนร้ายที่เข้ามาในที่เกิดเหตุ พบว่าในที่เกิดเหตุมีการใช้ปืนอย่างน้อย 25 กระบอก ซึ่งรวมกับปืนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเมื่อตัดปืนของเจ้าหน้าที่ออกไป ก็น่าจะเป็นของคนร้าย 18 กระบอก จึงเชื่อว่าคนร้ายที่เข้าโจมตีป้อม ชรบ.ในครั้งนี้มีไม่ตำกว่า 18 คน แต่จุดอื่นที่เหลืออีก 5 จุด ก็จะมีคนร้ายชุดอื่นปฎิบัติการ ซึ่งเชื่อว่าปฎิบัติการในครั้งนี้กลุ่มคนร้ายใช้กำลังประมาณ 40-50 คน
 
โดยผลจากการตรวจนิติวิทยาศาตร์ สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจากยะหา กาบัง บันนังสตา จ.ยะลา และอีกกลุ่มมาจากพื้นที่โคกโพธิ์ ปัตตานี ซึ่งในการเชื่อมโยงของพยานหลักฐานก็พบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายเคยใช้อาวุธปืนเหล่านี้ ขณะนี้ทางพิสูจน์หลักฐาน กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวเองไว้ 1 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หลบหนีไปอยู่อีกพื้นที่ จึงได้ทำการเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม เบื้องต้นให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่รับว่าเคยก่อเหตุในเหตุการณ์อื่น 
 
สำหรับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มาจาก 2 กลุ่ม คือกลุ่มจากทางปัตตานีรวมถึง 4 อำเภอของสงขลา กลุ่มนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการโจมตีจุดตรวจฆอลอปีและ เมื่อ 2 เดือนก่อน อีกส่วนหนึ่งมาจากกาบัง ยะหา บันนังสตา ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มที่ได้มีการออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี และตนได้มีการพูดคุยกับท่านแม่ทัพภาค 4 แล้วว่าจะมีการเปิดปฎิบัติการเชิงรุกเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ภายใน 1-2 วันนี้ โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายที่ติดตามจับกุมจากคดีเก่าๆมาโดยตลอด รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ เนื่องจากกลุ่มนี้จะอยู่ในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งจะมีการปฎิบัติการในพื้นที่เหล่านี้ด้วย มีเป้าหมายแล้ว
 
ทั้งนี้มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มจากปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมี นายบูคอรี หลำโซ๊ะ นายซอบรี หลำโซ๊ะ นายรอซาลี หลำโซ๊ะ 3 พี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำกลุ่ม ส่วนกลุ่มของ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.บันนังสตา จะมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่ม และร่วมปฎิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มเปอร์มูดอ คือกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฎิบัติการ และทางฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยสองกลุ่มหลักนี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฎิบัติการในครั้งนี้
 
ขณะพ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 เปิดเผยว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน
 
ทั้งนี้ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว
 
อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง
 
 
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Y-GZrjvl5gg
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ