23 พ.ย. 2562
2,396 ครั้ง

พระกรณียกิจ 'พระสันตะปาปาฟรังซิส' เสด็จเยือนไทยวาระพิเศษ 350 ปี มิสซังสยาม

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2562 ถือเป็นครั้งที่ 2 ของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและนครรัฐวาติกัน สร้างความปลื้มปิติไม่เฉพาะคริสตศาสนิกชน แต่รวมถึงคนไทยทั้งประเทศ
 
 
        พระราชกิจสำคัญคือ สมเด็จพระสันตปาปา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ให้เข้าเฝ้า ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยความสัมพันธ์ของราชวงค์ไทยกับศาสนจักรมียาวนานกว่า 475 ปี
 
ทรงพระดำเนินไปยังห้องเฝ้า ทรงแลกเปลี่ยนของขวัญ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ถวายชุดเครื่องเขียนเงินลงถมตะทอง ประดับอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ชุดใหญ่, เหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562, แผ่นคำจารึกของขวัญประดับพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ท. ทองคำลงยาติดบนแท่นไม้มะค่า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ถวายเทียนหอม, สมเด็จพระสันตะปาปา ถวายภาพวาดบนกระเบื้องสีโมเสก สร้างจากภาพต้นแบบ 'การอวยพรของสมเด็จพระสันตะปาปา ณ ลานมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์', เหรียญที่ระลึกในโอกาส ครบ 7 ปีการสมณภิเษก ของสมเด็จพระสันตะปาปา, และหนังสือที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเหรียญที่ระลึกในโอกาสการเสด็จเยือนประเทศไทยและญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19 - 26 พฤศจิกายน 2562 แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โอกาสนี้ ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
 
 
 
 
       สมเด็จพระสันตะปาปา เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ณ.วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งที่นี่เคยได้ถวายการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 ที่เสด็จเยือนไทยเมื่อ 35 ที่แล้ว สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระดำรังว่า เป็นอีกครั้งที่พึงจดจารึกไว้เพราะ ถือเป็นการมาเยือนของมิตรแท้เก่าแก่ของคนไทย
 
สมเด็จพระสังฆราชมีพระดำรัสต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสว่า ในนามคณะสงฆ์ไทยขอถวายอนุโมทนาสาธุการในโอกาสที่พระองค์เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง โดยเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ที่พระอุโบสถวัดราชบพิธฯ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ทรงรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอลที่ 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก เสด็จมาทรงเยี่ยมประมุขแห่งพุทธจักรไทย ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของอาตมภาพ ที่มีโอกาสได้เฝ้าอยู่ในการดังกล่าวด้วย
 
โดยสมเด็จพระสังฆราชถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประกอบด้วยพระรูปสมเด็จพระสังฆราช กรอบลายไทยถมเงิน เหรียญพระรูปสมเด็จพระสังฆราช หนังสือธรรมะ วินัยมุข และพุทธประวัติที่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ถวายเหรียญที่ระลึกแด่สมเด็จพระสังฆราช
 
 
 
 
 
       ในช่วงเย็น สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงประกอบพิธีมิสซา ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีชาวคริสต์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศราว 70,000 คน เข้าร่วม ซึ่งหลายคนแสดงความชื่นชมยินดีที่ได้เห็นพระบารมีของประมุขแห่งศาสนาจักรคาทอลิกพระองค์
 
โดยคริสต์ศาสนิกชนต่างส่งเสียง Viva IL Papa เพื่อสรรเสริญสมเด็จพระสันตะปาปาดังกึกก้อง พร้อมโบกธงชาติไทยและธงวาติกัน
 
สำหรับกิจกรรมมิสซา เริ่มต้นขึ้นในเวลา 15.30 น.โดยเริ่มจากกิจกรรมเตรียมใจ ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมต่างๆ อาทิ การแปรอักษรจากโรงเรียนอัญสัมชัญ การเดินพาเหรด และการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระเจ้า การแสดงคอนเสิร์ต “ให้รักเป็นสะพาน และปิดท้ายด้วยแสดงสีเสียงเล่าถึงงานแพร่ธรรมมิสซังสยาม 350 ปี และพระประวัติสมเด็จพระสันตปาปา ก่อนที่ผู้เข้าร่วมพิธีจะร่วมกันสวดมนต์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

 

 

 

 

      วันที่ 2 ของการปฏิบัติพระกรณียกิจของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขของพระศาสนจักรคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน ได้พบกับผู้นำทุกศาสนาในไทย เพื่อย้ำถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะเสด็จไปเยือนประเทศญี่ปุ่น สิ้นสุดการจาริกเส้นทางสันติภาพในประเทศไทย 
 
พิธีมิสซา หรือ บูชาขอบพระคุณ สำหรับเยาวชนทั่วประเทศ มีขึ้นอย่างศักดิ์สิทธิ์ภายในอาสนวิหาร ที่สวยที่สุดในประเทศไทยและเก่าแก่มากถึง 110 ปี สร้างขึ้นใหม่ในปี 2452 รองรับการขยายตัวของคริสตชน จากที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปร 2352 เพื่อเป็นการถวายแด่การที่พระแม่มารีย์ถูกรับขึ้นสวรรค์ เยาวชนกว่า 7 พันคน จึงเหมือนแขกพิเศษที่ได้รับประทานพร จากสมเด็จพระสันตะปาปา ที่ทรงให้ความสำคัญกับเยาวชน ทรงเชื่อมั่นในเยาวชนคนหนุ่มสาว ว่าเป็นความหวังของอนาคต และถือเป็นพระกรณียกิจสุดท้ายของสมเด็จพระสันตะปาปา ในโอกาสเสด็จเยือนไทย จบลงอย่างงดงาม
 
 
ภาพที่งดงามอีกภาพหนึ่งในการเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปา คือการพบกับผู้นำศาสนาในไทย ทั้ง 5 ศาสนา เพื่อย้ำถึงสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาในไทย และความเป็นพี่น้อง ความเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่านับถือศาสนาใด ภาพที่สมเด็จพระสันตะปาปา จับพระหัตถ์กับผู้นำศาสนา ทั้ง สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และ พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้แทนมหาเถรสมาคม นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ นายปานชัย สิงห์สัจเทพ นายกสมาคมศรีคุรุสิงห์ ศาสนาซิกส์ ผู้นำศาสนาฮินดู และผู้นำศาสนาคริสต์นิกายโปแตสแตนซ์ 
 
กลายเป็นภาพความประทับใจของกานเสวนาศาสนสันติ ตามที่สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงแสดงปาฐกถาพิเศษ ในการสร้างสะพานแห่งความเข้าใจและสันติสุข ความสมัครสนานสามัคคีและการให้เกียรติแก่คนทุกจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการส่งเสริมความเป็นครอบครัว มนุษยชาติและเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ตรงกับแนวทางของทุกศาสนา ทั้งอิสลามที่ จุฬาราชมนตรี ย้ำว่า อิสลาม สอนให้รักในสันติ ซึ่งการเข้ามาหนุนเสริมสันติภาพของสมเด็จพระสันตะปาปา เป็นสิ่งที่โลกกำลังต้องการ เพื่อยุติความขัดแย้งทางศานา ที่นับว่าโชคดีที่ไทย ไม่มีความขัดแย้งทางศาสนา
 
 
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม รับรองศาสนาในไทยไว้ 5 ศาสนา คือพุทธที่มี 94.6 % อิสลาม 4.2% คริสต์ 1.1% และพราหมณ์ ฮินดู ซิกส์ แม้มีเพียงไม่ถึง 0.1% หรือไม่กี่หมื่นคน แต่มีอยู่ในไทยกว่า 100 ปี และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
 
 
นอกจากการสานสันติทางศานาแล้ว ยังมีการแสดงจากคณะนักร้องประสานเสียง song of freedom ซึ่งเป็นคณะนักร้องประสานเสียงจากหลากหลายกลุ่มศาสนา ทั้งคณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะประสานเสียงมูโค่พอ จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟ แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คณะประสานเสียง AL-Aman จากโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลาม ที่ได้ร่วมขับร้องเพลง Peace Prayer
 
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ได้เดินทางไป วัดนักบุญเปโตร ในฐานะผู้แทนองค์พระเยซูเจ้า ประทานพระวโรกาสให้ บรรดาบาทหลวง นักบวชชายหญิง นักพรต สามเณร ผู้ฝึกหัด ครูคำสอน และคริสตชน เข้าเฝ้า ซึ่งวัดนักบุญเปโตร ตั้งอยู่ในชุมชน คริสตชนเก่าแก่ 179 ปี มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านการแพร่ธรรมแก่คนจีนในเขตจังหวัดนครปฐม และสุพรรณบุรีในปัจจุบัน จนก่อตัวขึ้นเป็นชุมชนคริสตชนคาทอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ
 
สมเด็จพระสันตะปาปา แล้วเสด็จไปทรงวางช่อดอกไม้คารวะพระรูปนักบุญเปโตร อัครสาวก ผู้เป็นพระสันตะปาปาองค์แรก และเป็นองค์อุปถัมภ์ของวัด ก่อนร่วมร้องเพลงเพื่อพระเจ้า สร้างความประทับใจกับการเดินทางเพื่อจาริกสันติภาพในประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในราชอาณาจักรไทย 
 
 
 
 
 
ก่อนที่ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมืองกรุงเทพ เพื่อที่จะเสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการสิ้นสุดการเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส จะในเที่ยวบินพิเศษของสายการบินไทยที่ใช้ชื่อว่าศรีอโนชา และจะเสด็จต่อไปยังท่าอากาศยาน ฮาเนดะ ของกรุงโตเกียว เพื่อเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ 4 วัน ระหว่าง 23 - 26 พ.ย.62
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ