28 พ.ย. 2562
2,499 ครั้ง

มติพลิก เลื่อนแบน 2 สาร 'พาราควอต-คลอไพรฟอส' ยืดต่อ 6 เดือน ส่วน 'ไกลโฟเซต' แค่จำกัดการใช้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้พิจารณาข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และมีความเห็นร่วมกันเป็นเอกฉันท์จากผู้เข้ามาร่วมประชุมทั้งสิ้น 24 ราย ให้ทบทวนมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ด้วยการออกประกาศกำหนดวัตถุอันตราย พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คือ ห้ามครอบครอง ห้ามใช้ จากเดิมอยู่ชนิดที่ 3

 

โดยให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาใช้บังคับเป็นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2563 จากมติเดิมกำหนดวันที่ 1 ธ.ค.62 เนื่องจากต้องรอให้กรมวิชาการเกษตร จัดทำมาตรการรองรับในการหาสารทดแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับวัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ระหว่างนี้ห้ามมีการนำเข้าสารทั้ง 2 ชนิด โดยให้ใช้สารคงค้างที่อยู่ในประเทศประมาณ 23,000 ตันไปก่อน

 

ส่วนสารไกลโฟเซต ไม่ได้แบนการใช้ แต่ให้จำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่สามารถใช้ในพืช 6 ชนิด คือ อ้อย ยางพารา ข้าวโพด ปาล์ม มันสำปะหลัง ไม้ผล เนื่องจาก 161 ประเทศในโลก ยังคงใช้สารตัวนี้ มีแบนเพียง 9 ประเทศเท่านั้น และพบว่า ยังกระทบอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารสัตว์ ถ้าห้ามใช้สารตัวนี้ จะไม่สามารถนำเอาถั่วเหลือง ข้าวสาลี มาจากสหรัฐฯ บราซิล และประเทศอื่นๆได้ ก็จะกระทบต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์อีกด้วย

 

ยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากมติดังกล่าวอีกแล้ว เพราะทุกคนหวังว่าในวันที่ 1 มิ.ย.2563 จะประกาศใช้ บังคับตามกฎหมาย ไม่เลื่อนระยะเวลาอีกแล้ว ระหว่างนี้เกษตรกรยังใช้ได้อยู่ จนกว่าร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมจะแล้วเสร็จ มีผลบังคับใช้ 1 มิ.ย.2563 แต่ห้ามนำเข้าและให้ใช้สารคงค้างที่เหลือในประเทศอีก 23,000 ตัน การประชุมครั้งนี้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการฯว่า ได้หารือแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่ รวมถึงผลกระทบอื่นๆ พบว่ามีข้อจำกัดในการปฏิบัติหากจะให้ยกเลิก 3 สาร ในวันที่ 1 ธ.ค. จึงได้ให้เลื่อนออกไปก่อน เพื่อทำทุกอย่างให้ครบ

 

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังทราบผลการพิจารณาแบน 3 สารเคมีการเกษตร ว่า เมื่อมติออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับเท่ากับเราไม่เคารพกฎหมาย กระทรวงก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ขอให้ทุกคนระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีให้มากขึ้น และยืนยันไม่กระทบกับการร่วมรัฐบาล

 

ด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย พี่ชาย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงมติดังกล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าเสร็จสิ้นหน้าที่ของ น.ส.มนัญญาแล้ว เราทำสุดกำลังความสามารถ แต่อำนาจไม่อยู่ในมือเรา อำนาจทั้งหมดอยู่ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องไปตอบคำถามสังคมว่า เหตุใดจึงเลื่อนระยะเวลาการแบนสารพิษออกไป นายสุริยะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องทั้งหมด พร้อมยืนยัน น.ส.มนัญญา น้องสาวจะไม่ลาออก เพราะไม่ได้ทำผิด

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IzBDN5nk3J8

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ