01 ธ.ค. 2562
862 ครั้ง

'ธนาธร' เปิดเวทีนอกสภา ผ่างบฯ กลาโหมส่อไม่โปร่งใส

วันนี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดเวทีบรรยายพิเศษ ตรวจสอบความโปร่งใสการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณ ซึ่งถือเป็นงานนอกสภาเต็มตัวครั้งแรก หลังลาออกจากทุกตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าเป็นการเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวปลุกระดม
 
 
นายธนาธร ระบุว่างบประมาณของประเทศปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณของกระทรวงกลาโหม 233,353.4 ล้านบาท และมีเงินนอกงบประมาณอีก 19,000 ล้าน ซึ่งที่ผ่านมานายธนาธรระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบได้ และตนเองได้ตั้งคำถามกับผู้เกี่ยวข้องในระหว่างเป็นกรรมาธิการงบประมาณ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบหรือคำชี้แจงใดๆ
 
 
เงินนอกงบประมาณ ที่มีเกือบ 1 หมื่น 9 พันล้านบาท เงินจำนวนมหาศาลที่สามารถนำไปสร้างรถไฟทางคู่ จากนครปฐม ไปถึงประจวบคีรีขันธ์ หรือ จะนำมาจัดทำสวัสดิการพื้นฐานของประเทศให้ดีขึ้น เช่นการอุดหนุนเด็กแรกเกิด ที่สามารถให้ทุกคนเดือนละ 300 บาท โดยไม่จำกัดว่าต้องยากจน 
 
 
แต่ที่ผ่านมาเงินในส่วนนี้ ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน ใช้ที่ไหนบ้าง เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ และตนเองได้ตั้งคำถามกับผู้เกี่ยวข้องในระหว่างเป็นกรรมาธิการงบประมาณ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบหรือคำชี้แจงใดๆ ทั้งนี้ประเด็นสำคัญ ไม่ได้บอกว่าการนำมาใช้เป็นสิ่งที่ผิด หรือทำไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญ ทุกอย่างควรต้องโปร่งใส สามารถชี้แจง และ ตรวจสอบได้ ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครมองเห็น 
 
 
-นายธนาธร ระบุว่ามีกฎหมายอย่างน้อย 3 ฉบับที่เปิดช่องยกเว้นให้สำหรับกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 61 วรรค 3 ระบุว่างบทั้งหมดต้องทำตามกฎหมายกำหนด เว้นแต่มีกฎหมายเขียนเป็นอย่างอื่น หรือทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลัง ที่ให้สิทธิพิเศษกับกระทรวงกลาโหม และเป็นที่มาของข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการเงิน การคลังปี 2555 ที่ระบุให้แบ่งเงินนอกงบประมาณเป็น 2 ประเภท โดยเฉพะประเภท 2 ที่สามารถปรับระบบบัญชีและระบบตรวจสอบเองได้ นอกจากนั้นยังมีระเบียบการคลัง ปี2562 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ปี 2555 
 
 
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ถึงการลาออกจากกรรมาธิการงบประมาณ เพื่อเคลื่อนไหวระดมมวลชนนอกสภา ว่า หากต้องการให้การเมืองเกิดความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ๆ ยืนยันว่าไม่ใช่การกดดันเรื่องคดีความของตนเอง แต่มองว่ากลไกของรัฐสภาเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้นสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นเดินหน้า คือ ทำงานการเมืองเข้มข้นในสภา โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายสำคัญเพื่อยกเลิกประกาศหรือคำสั่งของคสช.ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงการยกเลิกเกณฑ์ทหารที่เป็น 1 ในนโยบายหลักของพรรคที่หาเสียงไว้ ซึ่งตนเองเชื่อว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ และเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ 
 
 
ส่วนเมื่อถามย้ำว่า จะเป็นการรวมกลุ่มประชาชนเฉพาะเรื่อง ไม่มีการระดมมวลชนใช่หรือไม่ นายธนาธร ย้ำว่าเรื่องของมวลชน ตนเองไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างอยู่ที่ความรู้สึกของประชาชน ไม่ได้อยู่ที่ตนเอง
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ