02 ธ.ค. 2562
346 ครั้ง

จ่อออกหมายเรียกปิกอัพหัวร้อนชนเก๋งพังยับ หากไม่เข้าพบ ตร.วันนี้

สมุทรปราการ-เกิดเหตุรถกระบะขับพุ่งเข้าชนรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ภายในซอยตันภายในหมู่บ้านนครทองซิตี้ ซอย 1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
 
โดยพฤติกรรมของคนขับรถยนต์กระบะคล้ายกับตั้งใจพุ่งชน เนื่องจากชนครั้งแรกแล้วยังถอยหลังรถก่อนที่จะพุ่งชนซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จนท้ายรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ คันดังกล่าวพังยับเยินและไถลไปชนกับท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อ เซฟ สีดำ ที่จอดอยู่ด้านหน้า ก่อนที่รถยนต์กระบะจะถอยหลังรถและขับหลบหนีไปทางปากซอยหน้าหมู่บ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้
 
ด้านเจ้าของรถเก๋งที่ถูกชน ได้กล่าวว่า เมื่อคืนวันเกิดเหตุมีกิจกรรมที่สโมสรที่โรงเรียนที่ลูกตนเรียนอยู่ และคนที่ตนรู้จักลูกก็เรียนอยู่ด้วยกัน ทางสโมสรเข้าจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างผู้ปกครองโดยจัดกีฬาสี มีการแต่งแฟนซีไปประกวดกัน ตนก็เลยนำรถมาจอดไว้ที่บ้านเพื่อนเพื่อที่จะนั่งรถคันเดียวกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นแบบนี้
 
พองานใกล้จะเลิกมีคนโทรไปบอกว่ารถถูกชน จึงนั่งแท็กซี่เข้ามาดูก็มาเจอสภาพแบบนี้ ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนชน แต่พอดูกล้องวงจรปิดพบว่าเป็นรถอีซูซุ กระบะคันหนึ่งมาชนคือตั้งใจชน คือชนแล้วครั้งหนึ่ง และก็พุ่งชนซ้ำอีก ซึ่งตนก็ไม่รู้จักคนขับรถคันนี้เลยเพราะตนไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ ตนแค่มาหาเพื่อเฉย ๆ และมาจอดรถไว้ เราก็ไม่รู้ว่าตรงนี้เขาห้ามจอดหรืออะไรเราก็ไม่รู้
 
เช่นเดียวกับเจ้าของรถยนต์กระบะที่ก่อนอยู่ด้านหน้าและถูกรถเก๋งไถลมาจนท้ายจนยุบ ระบุซอยที่เกิดเหตุซึ่งเป็นซอยตันและเป็นพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ทุกคนสามารถนำไปจอดและใช้พื้นที่ร่วมกันโดยที่ไม่ได้ขวางหน้าบ้านใคร ซึ่งในซอยตันนั้นมีบ้านที่หันหน้าออกมาทางพื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวจำนวน 3 หลัง ตนได้นำรถไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม และผู้ปกครองเพื่อนลูกชายตนที่เดินทางมาช่วยกันแต่งตัวแฟนตาซีได้นำรถยนต์เก๋งมาจอดต่อท้ายรถของตน ซึ่งก็ไม่ได้กีดขวางหน้าบ้านใครและรถของบ้านทั้ง 3 หลังที่อยู่ในซอยนั้นก็สามารถเข้าออกได้สะดวก
 
หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เพื่อให้ติดตามตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะตนเชื่อว่าเป็นการตั้งใจชนมากกว่าเป็นอุบัติเหตุ
 
ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้เสียหายได้เดินทางไปพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับปรากฏว่าคู่กรณีที่ขับรถชนนั้นไม่มา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดต่อคู่กรณี ซึ่งพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเข้าพบ ซึ่งพนักงานสอบสวนเผยว่า ถ้าคนขับรถกระบะไม่เข้ามาพบตำรวจในวันนี้จะออกหมายเรียกทันที ถ้าไม่มาพบจะออกหมายจับ เพราะกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ชัดเจน
 
ด้าน นาย รณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ อธิบายว่า การจอดรถกีดขวางทางเข้าบ้านคนอื่น ทำให้เข้าออกไม่ได้ เป็นการทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ มีความผิดตามกฎหมายอาญา มีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่น แต่การที่เจ้าของบ้านเอารถไปขับชน ก็เป็นการทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ ไม่เกิน 6 หมื่นบาท
 
ทนาย รณณรงค์ แนะทางออกในเรื่องนี้หากเจอรถจอดกีดขวางให้เรียกตำรวจ เอารถยกมาลากไปดีกว่า แล้วให้เจ้าของรถไปเสียค่าปรับค่าลากรถที่ สน. เพื่อลดปรัญหาความขัดแย้ง 
 
ส่วนใหญ่กรณีที่จอดกีดขวางหน้าบ้านที่ผ่านมา แทบจะไม่เป็นคดีขึ้นสู่ชั้นศาล เพราะเรื่องจะจบที่โรงพัก สั่งปรับแค่ 500 บาท ยกเว้นเคสของ ป้าทุบรถที่สวนหลวง ที่มีเรื่องถึงชั้นศาล ซึ่งศาลพิพากษาจำคุกสาวที่จอดรถกีดขวางหน้าบ้าน 15 วัน ปรับ 5พันบาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
 
 
 
 
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ