04 ธ.ค. 2562
6,237 ครั้ง

กรมป่าไม้เข้ารังวัดที่ดิน 'ลุงเสี้ยว' ร้องถูก 'ทวี ไกรคุปต์' ฮุบที่ดิน 30 ไร่ - 'วีระ' รอดแล้ว หลังศาลยกฟ้องคำร้อง 'ปารีณา'

เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้ารังวัดที่ดินของลุงเสี้ยว หลังถูก ทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรี ฮุปที่ดินไปกว่า 30 ไร่ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่มีข้อพิพาท
 
 
หลังจากที่นายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี ชาวบ้านในหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ว่าถูกนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเป็นพ่อของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 จ.ราชบุรี ล้อมรั้วกินพื้นที่ของตนเองหายไปกว่า 30 ไร่ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวนั้นทำกินเลี้ยงครอบครัวมากว่า 50 ปีแล้ว มีเอกสารการครอบครองทุกอย่าง แต่เรื่องก็เงียบ ทำให้นางปราณี นำพา ลูกสาวของนายเสี้ยว ต้องหอบหลักฐานการครอบครองไปร้องที่ บก.ปทส. เพื่อขอความเป็นธรรม
 
 
ทำให้ในวันนี้ (4 ธ.ค.62) นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) พร้อมด้วยนายอรุณ สิงโต หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาสวนผึ้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 2 (บ่อหวี) เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สวนผึ้ง เจ้าหน้าที่กอ.รมน. รมน.จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สวนผึ้ง ได้เข้าทำการรังวัดพื้นที่โดยให้ทางนายเสี้ยวกับลูกสาวได้เป็นผู้นำชี้ เนื่องจากเป็นผู้เข้าครอบครองพื้นที่ตามโครงการสำรวจถือครองเพื่อจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ถาวรป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ตามพรบ.ป่าไม้ 2484 และตรวจสอบตามกรณีข้อพิพาท
 
 
ด้าน นายนายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) บอกว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศพร้อมกับเครื่องตรวจจับพิกัดที่ดินซึ่งมีหมายเลขรหัสกำกับไว้พร้อมเข้าเดินตรวจสอบแต่ละเสาหมุด หลังนายเสี้ยวได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมสวนผึ้ง และยังมีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสวนผึ้งไว้ว่ามีการปักรั้วลวดหนามรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของตนเอง เรื่องนี้ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
 
 
ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 2 และตนเองยังเป็นคณะทำงานเรื่องตรวจสอบพื้นที่บุกรุกบริเวณด้านฝั่งตรงข้าม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากอำเภอสวนผึ้ง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมกันตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบว่าข้อเท็จจริงตามที่มีการร้องบุกรุก ล้อมรั้วลวดหนามนั้น วันนี้ได้มาตรวจสอบพื้นที่มีการล้อมรั้วลวดหนาม มีต้นไม้เป็นต้นมะพร้าวปลูกในพื้นที่ 
 
 
โดยที่ดินนายเสี้ยวได้มีการสำรวจการถือครองไว้ ปัจจุบันที่ดินได้มอบให้กับลูกสาว 2 คน คือน.ส.อำไพ นำพา 23 ไร่ 2 งาน 79 ตารางวา น.ส.ปราณี นำพา 23 ไร่ 99 ตารางวา 
 
 
เบื้องต้นพื้นที่นี้ ทั้ง 2 รายได้รับการสำรวจข้อการสำรวจการถือครองเพื่อจัดการที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ถาวร เขตป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 เมื่อปี พ.ศ. 2559 ตอนนี้มีข้อมูลว่าทางเจ้าหน้าที่ได้สำรวจไว้แล้ว และส่วนตรงนี้จะดูรายละเอียดว่าที่มีการร้องนั้น ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปร่วมกันพิจารณาแก้ไข 
 
 
ส่วนใครที่เข้ามาบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันที่จะบังคับใช้กฎหมายโดยเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนที่เหลืออาจจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
 
สำหรับพื้นที่ที่ตรวจสอบในวันนี้ยังคงมีพื้นที่เท่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าใครมาเป็นผู้บุกรุก จึงจะให้เจ้าหน้าที่จับพิกัดพื้นที่ทั้งหมด และตรวจสอบมีการนำพืชอะไรบ้างเข้ามาปลูกในพื้นที่ ดูระยะเวลาการปลูกว่านานมากน้อยแค่ไหน เป็นพยานหลักฐานที่ปรากฏในพื้นที่ดังกล่าวด้วย 
 
 
โดยเบื้องต้นกรณีการปักหลักในพื้นที่ล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่มีการรังวัดของชาวบ้านนั้นจะเข้าข่ายเรื่องพิพาทของเอกชน และพิพาทในที่ดินของรัฐ ถ้าใครมีพิพาทกับที่ดินของรัฐก็จะถูกดำเนินการไปตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
 
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 14.00 น. นายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) พร้อมทนายความ เดินทางมาฟังคำสั่งว่าศาลจะรับคำฟ้องโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ คดีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มอบอำนาจให้นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ยื่นฟ้องนายวีระ สมความคิด เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากกรณีให้สัมภาษณ์ประเด็นเกี่ยวกับตรวจสอบการรุกที่ดินพื้นที่ จ.ราชบุรี
 
ซึ่งเดิมศาลได้กำหนดนัดฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 3 ก.พ.63 เวลา 09.00 น. แต่ภายหลังศาลได้ตรวจสำนวนคำฟ้องแล้ว จึงนัดให้นายวีระ สมความคิด มาฟังคำสั่งในวันนี้แทน
 
หลังฟังคำสั่งศาล นาย วีระ สมความคิด จึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ศาลอาญาไม่รับฟ้องคดีที่ น.ส.ปารีณาฟ้องหมิ่นประมาทตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง ตนจึงไม่ต้องมีคดีความใดๆ ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ให้เหตุผลว่ายกฟ้องเพราะเหตุผลใด
 
ส่วนสำนวนที่ น.ส.ปารีณา ฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อีกสำนวนในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ยังไม่ทราบผลว่าศาลรประทับรับฟ้องหรือไม่
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ