05 ธ.ค. 2562
1,264 ครั้ง

สหรัฐฯลงมติคว่ำบาตรจนท.จีนละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์

ตามรายงานจากสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ (4 พ.ย. 62) สภาผู้แทนราษฎรสมาชิก ได้ลงมติสนับสนุนผ่านร่างกฏหมายที่มีชื่อว่า 'รัฐบัญญัตินโยบายสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ 2019' ด้วยคะแนนเสียง 407 ต่อ 1 เสียง 
 
เนื้อหานั้นระบุว่าทางการจีนเลือกปฏิบัติแบ่งแยกผู้คนและกีดกันชาวอุยกูร์ออกจากสิทธิและเสรีภาพของพลเมืองขั้นพื้นฐาน ซึ่งร่างกฏหมายฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขสิทธิมนุษยชนในจีน และลงโทษบรรดาผู้กระทำผิด 1 ในนั้นมีชื่อของ นายเฉิน ฉวนกว๋อ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง และเป็น 1 ในคณะกรรมการระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย
 
ร่างกฎหมายนี้จะส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เพื่อได้รับการพิจารณาต่อไปว่าจะลงนามสนับสนุนมติการคว่ำบาตรนี้หรือใช้สิทธิ์วีโต้ปัดตก 
 
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน นายทรัมป์ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง ในการอนุญาตให้ทางการสหรัฐฯ สามารถคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายเสรีภาพในฮ่องกงได้ 
 
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเด็นการคุกคามสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ในจีน ถูกสหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมา เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวนิวยอร์กส์ทามได้เผยแพร่เอกสารลับ 'ซินเจียงเปเปอร์' ที่เผยบทความชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับชาวอุยกูร์ โดยมีรายละเอียดรุบะว่ารัฐบาลจีนเกณฑ์บรรดาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตการปกครองตัวเองซินเจียง เข้าไปที่ค่ายกักกันที่เพิ่งสร้างขึ้น และบรรยากาศภายในก็ไม่ได้ต่างจากเรือนจำ 
 
แม้ว่าจะมีการเผยภาพออกมาว่าชาวอุยกูร์มีชีวิตการกินอยู่ที่ดี แต่ว่าตามเอกสารในนั้นระบุว่าชาวอุยกูร์ในนั้นก็จะถูกล้างสมอง ปรับทัศนคติ และระเบียบการลงโทษที่รุนแรง ถูกฝึกระเบียบวินัยไปตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนไม่ต่างจากทหาร ทั้งยังถูกบังคับให้เข้าเรียนภาษาจีนตลอดจนปลูกฝังให้รักในรัฐบาลคอมมิวนิสต์
 
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ทางการจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนเหล่านี้ด้วยการแอบเก็บ DNA และเก็บสถิติว่ามีใครที่ข้องเกี่ยวกับพิธีกรรมของศาสนาอื่นบ่อยครั้งแค่ไหน และจากคำบอกเล่าของชาวอุยกูร์ที่เคยใช้ชีวิตภายในค่ายก็บอกว่าทางการไม่ให้พวกเขาติดต่อกับครอบครัว และบรรยากาศภายในค่ายก็เต็มไปด้วยความแออัด สุขอนามัยย่ำแย่ และถูกจับตามองตลอดเวลาจากกล้องวงจรปิด
 
ด้านรายงานจากไมเคิล คอร์แซค อธิบดีสำนักงานสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ค่ายกักกันซินเจียงนี้คุมขังชาวอุยกูร์มากถึง 1 ล้าน 5 แสนคน ซึ่งนับว่าเป็นค่ายกักขังที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคของรัฐบาลเหมา เจ๋อ ตุง และมากกว่านั้น เขายังเปรียบเทียบค่ายกักกันนี้เข้ากับค่ายกักกันชาวยิวของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2
 
ก่อนหน้านี้ ทางการจีนก็เคยออกมาปฏิเสธการมีอยู่ของค่ายกักกันดังกล่าวและชี้แจงว่าสถานที่นี้เป็นเพียงโรงเรียนฝึกอาชีพ และทุกคนล้วนเต็มใจเข้าโปรแกรมการฝึก และบอกว่าเอกสารลับที่รั่วไหลออกมาทั้งหมดเป็นเพียงข่าวปลอม 
 
ซึ่งหลังจากที่ทางสหรัฐฯ ได้ปล่อยร่างกฏหมายดังกล่าวออกมา ทางกระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความไม่พอใจต่อร่างดังกล่าว พร้อมกับโต้กลับว่าร่างกฏหมายนี้ไม่ควรผ่านมติออกกฏหมายใช้ และการกระทำของสหรัฐฯ ก็มีราคาที่ต้องจ่ายตามมา 
 
หลายๆ คนก็จับตามองว่าการร่างกฏหมายดังกล่าวของสหรัฐฯ จะส่งผลให้สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ตึงเครียดขึ้นหรือไม่ และอาจจะนำมาซึ่งการกระทบด้านอื่นๆ รวมถึงความสัมพันธ์ของระหว่าง 2 ประเทศ
 
หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางจีนก็ทำการตอบโต้สหรัฐฯ  ที่ลงนามกฏหมายบังคับใช้สิทธิมนุษยชนในฮ่องกง ด้วยการห้ามไม่ให้เรือบรรทุกเครื่องบินรบของสหรัฐฯ จอดเทียบท่าที่ฮ่องกง รวมถึงออกรายชื่อการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่บางคนด้วยเช่นกัน 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ