06 ธ.ค. 2562
16,242 ครั้ง

แม่สุดเศร้า! ลูกสาว 9 ขวบ จมน้ำเสียชีวิต ระหว่างไปเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ รร.ปัดรับผิดชอบ อ้างลูกป่วยโรคประจำตัว

หลายโรงเรียนก็มีกิจกรรมเข้าค่ายและอบรมตามหลักสูตร ต่างๆ เช่นเดียวกับโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) คุณแม่คนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ถึงเหตุการณ์ที่ได้รับหลังจากส่งลูกไปเข้าค่ายวิทยาศาสตร์กับโรงเรียน แต่ผลที่ออกมาคือลูกตาย
 
โดยคุณแม่ของ น้องมันตา อายุ 9 ขวบ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าเรื่องราวการเสียชีวิตของน้องมันตาลูกสาวคนเล็กว่า  "9/10/62 โรงเรียนเอาเด็กไปทัศนศึกษาแต่ไม่ดูแลเอาใจใส่ และไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ปล่อยให้เด็กจมน้ำเสียชีวิต แล้วมาปล่อยข่าวว่าเด็กมีโรคประจำตัว ที่พูดมาความรู้สึกสำนึกรับผิดชอบมีมั้ยคะ??? ถ้าไม่ยอมรับผิด ก็อย่าโยนความผิดให้คนตาย คนตายลุกขึ้นมาโต้ตอบไม่ได้ จิตใต้สำนึกไม่มีจริงๆ !!! ถ้าวันนั้นมาถึงลูกของคุณบ้างจิตใต้สำนึกคงจะทำงาน 47 วันถึงวันนี้คุณจะรู้ว่าที่เราตำหนิ ผู้ใหญ่อย่างพวกคุณ มันน้อยไป..ลูกเราผิดอะไร ? ถึงต้องเอาชีวิตที่มีค่าที่สุด มาสังเวยไห้กับความประมาทเลินเล่อของพวกคุณ!!! นี่หรือคือโรงเรียนที่ผู้ปกครองเชื่อถือและศรัทธากันทั่วจังหวัด พอกันที #ช่วยแชร์กันหน่อยนะคะเพื่อความยุติธรรมให้น้องมันตา"
 
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ นางจิราภรณ์  เรืองเดชา แม่ของน้องมันตา เล่าว่า เหตุการณ์การเสียชิวตของน้องมันตาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยตนได้ส่งลูกไปเข้าค่ายวิทยาศตร์ตามโปรแกรมของโรงเรียน           
 
ที่โรงแรมแห่งหนึ่งจ.เพชรบุรี ตอนเช้าตนก็ไปส่งลูกที่โรงเรียนขึ้นรถบัสไปกับเพื่อนๆและคณะครูที่ดูแล ตอนเช้าที่ลูกเดินทางไปถึงก็วีดีโอคอลมาหา ด้วยน้ำเสียงสนุกสนานและตื่นเต้นที่ได้มาเที่ยวกับเพื่อนๆ และวางสายไป แต่พอช่วงเย็นครูที่ดูแลโทรมาบอกตนว่า ขอโทษครับคุณแม่น้องมันตาเสียแล้ว ตอนนั้นตนตกใจและถามกลับเกิดอะไรขึ้นยังไง ไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน สติหลุด รีบโทรหาพ่อและเพื่อนสนิท เดินทางไปที่รพ. ตอนนั้นในใจคิดว่าลูกคงไม่เป็นอะไรมาก แต่พอไปถึงโรงพยาบาล ประชาสัมพันธ์บอกว่าให้ไปหาลูกที่ห้องดับจิต ตอนนั้นใจแม่ใจสลายเลย เพราะไม่คิดว่าลูกต้องมาตายจริงๆตอนนั้นครูที่เกี่ยวข้องไม่มีใครพูดอะไรสักคำ บอกแค่ว่าน้องจมน้ำ แม่ก็แปลกใจว่าจมได้อย่างไรเพราะน้องว่ายน้ำเป็น
 
แม่ต้องไปตามหาสอบถามจากเพื่อนลูก และได้ภาพกล้องวงจรปิดจากโรงแรมมาเอง หาทุกอย่างเอง และเพื่อนของลูกเล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ครูปล่อยให้พักเล่นตามอัธยาศัยและทุกคนก็เล่นน้ำในสระว่ายน้ำ ช่วงที่น้องมันตาเดินลงสระกับเพื่อนก็จูงมือกัน และเกิดลื่น เพื่อนน้องมันตาเอี้ยวตัวได้ทันแต่น้องมันตาล้มลงและจมน้ำไป ตอนนั้นเพื่อนก็วิ่งขึ้นมาเพื่อจะเรียกคนช่วยและวิ่งไปหาครู จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่ดูแลสระว่ายน้ำ ลงไปนำร่างของน้องขึ้นมาและพยายาม CPR แต่ก็ไม่ทันน้องเสียชีวิตแล้ว
 
ตั้งแต่นั้นมาแม่ก็รอคำตอบว่าลูกของแม่เสียชีวิตเพราะอะไร และเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากการบกพร่องดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนหรือไม่ ซึ่งได้ส่งศพผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ แต่ก็ยังไม่ได้ผล     
 
ส่วนที่โรงเรียนก็ไม่เคยได้รับคำตอบหรือสำนึกผิดกับความบกพร่องที่เกิดขึ้น และมีการกล่าวหาว่าลูกของตนเสียชีวิต เพราะโรคประจำตัว ซึ่งไม่ใช่ความจริง น้องมันตาไม่เคยมีโรคประจำตัว ตอนนี้แม่และครอบครัวอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ต้องสูยเสียลูกคนเล็กไป
 
แม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่เป็นอันทำงาน ส่วนพ่อก็ต้องเข้าวัดตลอดเพื่อข่มจิตใจไม่ให้คิดถึงลูก ทุกๆวัน แม่และพ่อจะเอาอาหารและขนมมาวางที่โต๊ะทำงานของลูก และที่วัด ให้เหมือนลูกยังมีชีวิตอยู่ สภาพจิตใจหัวอกพ่อแม่มันเกินจะรับได้ หากโรงเรียนดูอยู่ก็อยากให้เห็นใจพ่อแม่ด้วยการกระทำที่เกิดขึ้น และจะรอได้รับคำตอบจากทุกฝ่ายก่อนถึงจะเผาศพลูก 
 
ส่วนทางด้านพ่อ ก็เสียใจไม่ต่างกัน ทุกๆวันยังมองชุดนักเรียนลูก กระเป๋าและตุ๊กตามของลุกตลอด เหมือนเขาอยู่กับเราต่อไป ยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ลูกไปโรงรียนไปเข้าค่ายแต่ต้องมาตาย
 
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนดังแห่งนี้ ระบุว่า ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลใดๆ กับผู้สื่อข่าว และให้ไปสอบถามที่โรงรียนเท่านั้น
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ