06 ธ.ค. 2562
129,928 ครั้ง

เปิดวงจรปิด ‘ป้ามาลัย’ เหยื่อแก๊งยานรกจุดไฟเผาทั้งเป็น เดินคลุมผ้าไปนอนท้ายกระบะ ตร.รวบแล้ว 1 ราย ญาติผู้ต้องหาเผย "หลานนิสัยดี แต่เสพยาทุกอย่าง"

สงขลา - ความคืบหน้าคดีแก๊งค้ายาเสพติด ในหมู่บ้านโคกเมา รุมซ้อมสาวใหญ่อายุ 50 ปี และจุดไฟเผาร่างทั้งเป็น จนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุเนื่องจากโกรธแค้นที่แอบเก็บยาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้ไปละลายน้ำทิ้งนั้น
 
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ ได้นำตัวเยาวชนที่ร่วมก่อเหตุมาสอบสวนแล้ว 1 คนชื่อว่าแบงค์ นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่ร่วมก่อเหตุและอยู่ในเหตุการณ์อีก 4  คน
 
ซึ่งจากการสอบสวนคดีนี้พบว่ามีผู้ที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 5 คน คือ นายแหละ นางแอด ซึ่งเป็นผัวเมียเจ้าของยาไอซ์ นายเป้ ปีโป้ปั่น ซึ่งเป็นคนซ้อมและจุดไฟเผา นายแบงค์ ซึ่งเป็นคนซื้อน้ำมันและช่วยซ้อม และนายเฮีย ที่เป็นคนห้ามและดับไฟ และทั้งหมดก็เป็นญาติพี่น้องกัน
 
ส่วนอาการของ นางมาลัย ชุมประมาณ อายุ 50 ปี หรือจอย ที่ถูกจุดไฟเผาทั้งเป็นนี้ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องปลอดเชื้อโรงพยาบาลหาดใหญ่และอาการเริ่มดีขึ้นพอพูดได้ และทางพนักงานสอบสวนเตรียมเข้าสอบปากคำอีกครั้งแต่ต้องรอให้อาการดีขึ้นกว่านี้และปลอดภัยที่สุด
 
สำหรับเหตุการณ์นี้ชาวบ้านได้ในหมู่บ้านโคกเมาไม่มีใครรับได้กับเหตุการณ์นี้เพราะทำกันโหดเหี้ยมเกินไป โดยมีชาวบ้านคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ นางมาลัยได้ถูกจับตัวซ้อมก่อนที่ขนำหลังหนึ่งเพื่อเค้นหายาไอซ์ที่แอบขโมยไป และนำมาซ้อมต่อที่ขนำเกิดเหตุพร้อมกับราดน้ำมันท่วมตัวและจุดไฟแช็ค เพื่อข่มขู่ให้บอกที่ซ่อนแต่นางมาลัย ก็ไม่ยอมพูดบอกเพียงว่านำยาไอซ์ไปละลายน้ำหมดแล้ว กระทั่งถูกเผาทั้งเป็นและพยายามวิ่งหนีตายออกจากขนำไปซ่อนตัวอยู่ท้ายรถกระบะชาวบ้าน
 
อย่างไรก็ตามคดีนี้แม้ว่าทางตำรวจจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ในละแวกเกิดเหตุที่ไม่ยอมบอกหรือพูดอะไร เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเครือญาติกันทั้งหมดและบางคนก็กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ส่วนผู้ที่ก่อเหตุมีรายงานว่าบางคนได้หลบหนีออกจากหมู่บ้านไปแล้ว
 
ต่อมาช่วงสายของ ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 และตำรวจสภ.บางกล่ำ ได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติมภายในขนำไม่มีเลขที่ในพื้นที่บ้านโคกเมา หมู่11 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ซึ่งเป็นขนำของ นางมาลัย หรือจอย โดยพบขวดโค๊กซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นขวดที่ใช้ใส่น้ำมันมาราด จึงได้เก็บไปตรวจสอบและหาลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งได้นำเบาะที่นอนที่มีร่องรอยของไฟไหม้ไปตรวจพิสูจน์และใช้เป็นหลักฐานประกอบในการดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมก่อเหตุในคดีนี้
 
ต่อมานายสุรัตน์ ลายจันทร์ นายอำเภอบางกล่ำ จ.สงขลา และผู้นำท้องถิ่น ได้เข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ นางมาลัย ซึ่งขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อ สำหรับผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก โรงพยาบาลหาดใหญ่ และอาการโดยรวมขณะนี้ปลอดภัยแล้ว โดยสามารถพูดจาสื่อสารได้ โดยมีแผลถูกไฟไหม้ลึกถึงชั้นเนื้อที่หนักสุดคือ ใบหน้า ลำคอ และ แขน ขา
 
นายอำเภอบางกล่ำ เปิดเผยว่า ในส่วนของคดีได้ประสานให้ตำรวจ สภ.บางกล่ำ เร่งสืบสวน และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุไห้ได้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งได้กำชับให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบด้วย ส่วนการให้ความเหลือผู้บาดเจ็บหลังจากที่รักษาตัวจนหายแล้ว ก็จะลงพื้นที่ไปสำรวจสภาพความเป็นอยู่ และให้การช่วยเหลือเรื่องอาชีพ รวมถึงความปลอดภัย เพื่อให้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเรื่องราวจากชาวบ้านที่ได้ช่วยชีวิต นางมาลัย ชุมประมาณ หรือพี่จอย เอาไว้ในคืนเกิดเหตุหลังจากที่วิ่งหนีตายออกมาจากขนำ โดยชาวบ้านคนนี้บอกว่าออกมาเห็น นางมาลัย นอนบาดเจ็บอยู่ท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ข้างบ้าน เมื่อช่วงตี 3 กว่า ในสภาพที่มีบาดแผลถูกไฟไหม้เกือบทั่วตัวทั้งใบหน้า แขนขา เมื่อสอบถามก็บอกว่าถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาและวิ่งหนีตายมา จึงได้รีบแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาช่วยชีวิตและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะกลัวว่าจะถูกตามมาทำร้ายอีก ซึ่งระยะทางจากจุดเกิดเหตุที่นางมาลัย วิ่งหนีตายมาจนถึงบ้านหลังนี้มากกว่า1 กิโลเมตรซึ่งคนปกติหากวิ่งมาก็แทบไม่ถึง แต่นี่ต้องวิ่งมาในสภาพที่บาดเจ็บและถูกไฟเผาเกือบทั้งตัวซึ่งทรมานมากและวิ่งหนีตายมาจนถึงบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้านเพื่อให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้จนมาหมดแรงนอนซ่อนตัวอยู่บนรถกระบะ
 
ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยกแกงค์ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ อายุ 41 ปี หรือแหล๊ะ / นางจันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปี หรือแอดซึ่งเป็นผัวเมียกัน / นายยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ / น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว / และนายแบงค์ เยาวชนอายุ17 ปี ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวได้แล้วเป็นคนแรก
 
โดยทั้ง 5 คนถูกแจ้งดำเนินคดี2 ข้อหา คือรวมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยทรมานหรือโดยทารุณ โหดร้าย และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง
 
และเมื่อช่วงเย็น ทางพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้เดินทางไปติดตามคดีนี้ที่สภ.บางกล่ำ พร้อมกับควบคุมตัว นายแบงค์ เยาวชน อายุ 17 ปีที่จับกุมตัวได้เป็นคนแรกไปชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
 
โดยจุดแรกเป็นบ้านของลูกสาวนางมาลัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านเสือผ่าน หมู่15 ต.ท่าช้าง ที่นายแบ้งค์ขับรถจักรยานยนต์ไปรับนางมาลัยออกมา จุดที่ 2 บนสะพานบ้านหนองจูด ซึ่งเป็นสะพานข้ามคลองระบายน้ำรอหนึ่ง หมู่13 ต.ท่าช้าง ซึ่งนายแบ้งค์ ได้พานางมาลัยมาพบกับ นาง จันทิรา หรือแอด นาย ยงยุทธ หรือเป้ และน.ส.ภัทราพร หรือแก้ว ที่รออยู่เพื่อเค้นถามเรื่องยาไอซ์3 ขีดที่แอบหยิบไปพร้อมกับขู่ว่าหากไม่บอกจะโยนทิ้งสะพาน และนางมาลัย บอกว่าอยู่ที่ขนำที่พัก
 
ส่วนจุดที่3 เป็นขนำที่พักของนางมาลัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่11 ต.ท่าช้าง ซึ่งเป็นจุดที่นางมาลัยถูกราดน้ำมันจุดไฟเผา โดยจุดนี้มีนายส่อแหล๊ะ หรือแหล๊ะ เจ้าของยาไอซ์รออยู่และถูกซ้อมก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาหลังทราบว่ายาไอซ์ทั้งหมดถูกนำไปละลายน้ำทิ้งหมดแล้ว
 
หลังชี้จุดและทำแผนเสร็จตำรวจได้ควบคุมตัวนายแบงค์ไปยังสภ.บางกล่ำเพื่อดำเนินคดีโดยมีแม่และยายของแบงค์และญาติพี่น้องเดินทางไปเยี่ยมและร้องให้ด้วยความเป็นห่วง
 
ยายของแบงค์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าครอบครัวไม่เคยรู้มาก่อนว่าแบงค์เข้าไปร่วมก่อเหตุและอยู่กับแก๊งค้ายากลุ่มนี้ที่ผ่านมาพยายามเตือนมาตลอดว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาและพวกค้ายา ในคืนเกิดเหตุก็กลับมานอนที่บ้านตามปกติ โดยหลังจากที่เรียนจบ ม.3 ก็หยุดเรียนและไม่ได้ทำงานอะไรครอบครัวก็พยายามเตือนเรื่องคบเพื่อนซึ่งแบงค์ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ส่วนนางมาลัย และผู้ต้องหาทั้งหมดตนก็รู้จักดีเพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียว
 
ด้านตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ กำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก4 คนมาดำเนินคดี และน่าจะได้ตัวทุกคนโดยไม่ยาก
 
พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ปมเหตุของคดีนี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่คนเจ็บแอบนำยาไอซ์ไปละลายน้ำ และผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้แล้ว1 คนก็ให้การรับสารภาพซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่และทราบความโยงใยหมดแล้วว่าใครทำอะไรบ้าง
 
และคดีนี้จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพราะกระทำการอย่างอุกอาจทั้งทำร้ายร่างกายและจุดไฟเผา ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก4 คนเชื่อว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่ขณะนี้ได้ทางชุดสืบสวนสภ.บางกล่ำ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา กำลังลงพื้นที่ติดตามไล่ล่า
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ