06 ธ.ค. 2562
576 ครั้ง

ฝ่ายค้านตรวจสอบ ส.ส.โหวตสวนมติพรรค อนค.คาดโทษ พิจารณาลาออก-ไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งหน้า

10 เสียงของพรรคฝ่ายค้านที่ร่วมแสดงตนกับพรรครัฐบาลในการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้อำนาจของ คสช.ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า เป็นงูเห่า หรือไม่ แม้จะมีการออกมายืนยันว่าขอใช้เอกสิทธิ์ ของ ส.ส.ในการร่วมลงมติ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฏรเดินหน้า ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 แต่พรรคฝ่ายค้าน ต่างต้องการตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาขึ้นอีก
 
 
 
โดยพรรคเพื่อไทย ตั้งคณะกรรมการสอบ 3 ส.ส.โหวตสวนมติพรรค ส่วนพรรคอนาคตใหม่ให้พิจารณาตัวเองด้วยการลาออกและคาดโทษ ไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.อีก
 
 
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณี ส.ส.3 คน ทำให้เกิดผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะก่อนหน้านี้มีมติเห็นชอบไม่ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด มีพลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส. 3 คนของพรรคที่ร่วมแสดงตนลงมติในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้อำนาจ คสช. ซึ่งเป็นการโหวตสวนมติพรรค 
 
 
ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 7-10 วันในการสอบสวน หากพบว่ามีการกระทำความผิดด้วยการรับอามิสสินจ้างจากบุคคลอื่น ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา แต่หากพบว่าผิดเรื่องจริยธรรมตามข้อบังคับพรรค ก็จะถูกลงโทษสถานหนัก ทั้งขับออกจากพรรค และพิจารณาไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป
 
 
ส่วนกรณีของพรรคเศรษฐกิจใหม่ เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว โดยหากตัดสินใจไปร่วมกับฝ่ายรัฐบาล ก็คงต้องพูดคุยกันให้ชัดเจน ซึ่งจะมีการหารือกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งในสัปดาห์หน้า 
 
 
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า ไม่เกินคาดหมายสำหรับ ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค ทั้งที่มตินั้นเป็นมติที่เป็นนโยบายที่พรรคใช้หาเสียง และแม้ว่า ส.ส.จะมีเอกสิทธิ์ในการลงมติ แต่ส.ส.เหล่านี้ก็ควรพิจารณาตัวเองว่าได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เพราะตัวเอง หรือ เพราะนโยบายพรรค จึงอยากให้พิจารณาตัวเอง ด้วยการลาออกจากการเป็น ส.ส. แต่หากยังไม่ลาออก การเลือกตั้งครั้งต่อไปก็จะพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่ ส่วนจะพิจารณาขับออกจากพรรคหรือไม่นั้น จะหารือในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค 
 
 
นายปิยบุตร บอกว่าแม้สภาผู้แทนราษฎรไม่มีมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับการใช้อำนาจ คสช. การออกคำสั่งและการใช้มาตรา 44 ของคสช. แต่ก็จะเดินหน้าทำงานนอกสภาฯทำงานร่วมกับประชาชนเพื่อศึกษาเรื่องนี้
 
 
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี และเชิญพรรคเศรษฐกิจใหม่ร่วมรัฐบาลนั้น เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่า หากพิจารณาตามกฏหมายการจะเข้ามาอยู่ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่เรื่องง่าย
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ