06 ธ.ค. 2562
2,358 ครั้ง

ประเด็นข่าวรอบวัน 6 ธ.ค. 62 สั่งสอบตร.ปล่อย 'ไวพจน์' เข้าสภา - ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ 'นาเดียร์' หลอกลงทุนขายเสื้อผ้า - ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 1 ม.ค. 63

ประธานสภาสั่งสอบตร.ให้ 'พ.ต.ทไวพจน์'
 
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้ได้สั่งการให้สภาตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปล่อยให้พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะจำเลยคดีล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 ที่ถูกศาลออกหมายจับ ให้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ แม้ว่า พันตำรวจโทไวพจน์ยังคงมีสถานะความเป็น ส.ส. สามารถเข้ามาทำหน้าที่ในสภา แต่เมื่อศาลออกหมายจับแล้ว จึงต้องมีการตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยปละละเลยให้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาได้ 
 
 
พร้อมตั้งคำถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้คนมีคดีแบบนี้เข้ามาในสภาได้อย่างไร ส่วนจะรวมถึงการทำหน้าที่ของตำรวจสภาฯด้วยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องรอดูข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ
 
 
ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 1 ม.ค. 63
 
นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ เปิดเผยว่า จากการประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันว่าให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นจำนวน 5- 6 บาท
 
 
สำหรับ จังหวัดที่ปรับขึ้น 6 บาท มีจำนวน 9 จังหวัด คือ ชลบุรี ภูเก็ต กรุงเทพ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และปราจีนบุรี ส่วนจังหวัดที่เหลือได้รับการปรับขึ้นในอัตรา 5 บาท ทั่วประเทศ
 
 
ส่งผลให้ขณะนี้ค่าจ้างขั้นต่ำแบ่งได้เป็น 10 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่มีอัตราสูงสุดคือ ชลบุรี กับ ภูเก็ต อยู่ที่ 336 บาท ส่วนอัตราต่ำสุดคือ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา อยู่ที่ 313 บาท
 
 
อัตราที่ปรับขึ้นนี้ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ประเมินจากภาพรวมของประเทศ คาดว่าน่าจะสมดุลกับทุกฝ่ายและส่งผลดีกับเศรษฐกิจ หลังจากที่ได้ข้อสรุปทางคณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำจะนำเสนอต่อ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด เพื่อให้อัตราค่าจ้างนี้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2563
 
 
'ตี๋' เข้าเคารพศพ 'ลัลลาเบล' คืนแรก 
 
18.30 น. นายนที หรือตี๋ 1 ในสมาชิกบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้ามาเคารพศพ ลัลลาเบล ที่วัดสะแกงาม พร้อมมอบเงินให้ญาติซึ่งเป็นเงินค่าจ้างและค่าทำศพ ขณะที่ญาติมีท่าทีปฏิเสธไม่รับเงินช่วยเหลือ 
 
 
แจ้งจับ 'นาเดียร์' หลอกลงทุนขายเสื้อผ้านำเข้า
 
ผู้เสียหายรวมตัว ร้องตำรวจปอท. จับพริตตี้นาเดียร์ หลังถูกหลอกสั่งซื้อเสื้อผ้าแต่ไม่ได้ของ และยังหลอกลงทุนเพิ่มความเสียหายร่วมสิบล้าน
 
 
นายปิยณัฐ สุกยัง เลขาธิการเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พากลุ่มผู้เสียหาย 6 คน ที่ถูก น.ส.ฐิติรัตน์ หรือนาเดีย พุทธสิน อายุ 36 ปี แม่ค้าออนไลน์ หลอกให้ร่วมสั่งซื้อเสื้อผ้า และลงทุนทำธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าจากประเทศจีน โดยชักชวนผ่านเฟซบุ๊กพร้อมนำหลักฐานการโอนเงินและเอกสารอื่นๆ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปรามปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังถูก น.ส.ฉัตร วัย30 ปี 
 
 
หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า น.ส.นาเดีย อ้างว่ามีธุรกิจส่งออกและนำเข้าเสื้อผ้าจากประเทศจีน และได้ไลฟ์โฆษณาขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊กเพจชื่อ "นาเดียช็อป" ซึ่งตอนแรกก็เป็นแค่ลูกค้า สั่งซื้อเสื้อผ้าจำนวนมาก จนมีความสนิทสนมกัน ก่อนที่ น.ส.นาเดีย จะเริ่มชักชวน ให้ลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน โดย น.ส.นาเดียร์ อ้างว่าหากลงทุนเป็นเงิน 2 แสนบาท จะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 20 หากใครมีเงินไม่ครบก็จะให้ยืมเงินก่อน จึงตัดสินใจลงทุนเป็นเงินเกือบ 6 แสนบาท แต่สุดท้ายไม่ได้เงินคืนและไม่ได้ของตาม จึงไปแจ้งความที่สน. สำเหร่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า
 
 
แจ้งจับหลอกขายทองราคาถูกผ่านเฟซบุ๊ก
 
นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายหลังถูกหลอกให้ซื้อทองรูปพรรณ ผ่านเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า "Jina jirapan " 
 
 
นางสาววีรภา ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่า ได้สั่งซื้อทองรูปพรรณ จากผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม จำนวนประมาณ 20 ครั้ง แต่กลับได้ทองที่ซื้อไปประมาณ 10 ครั้ง มูลค่าความเสียหายประมาณ 13 ล้านบาท 
 
 
โดยได้เปิดบัญชีธนาคารให้โอนเงินจำนวน 4 บัญชี จำนวนนี้ตรวจสอบพบว่ามี 2 บัญชี เป็นของร้านทองแห่งหนึ่ง และอีก 2 บัญชี เป็นชื่ออีก 2 บุคคล ก่อนหน้านี้เคยไปแจ้งความที่ สภ.สำโรงใต้ ได้สืบสวน และติดตามอายัดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี แต่พนักงานสภอบสวนกลับไม่ดำเนินการ จึงมาแจ้งความที่กองปราบปราม 
 
 
ส่วนสาเหตุที่สั่งซื้อทองผ่านเฟซบุ๊กของคนนี้ เพราะช่วงแรกได้รับทองรูปพรรณที่ผ่านมาตรฐานจริง และราคาต่ำกว่าร้านทองทั่วไป ประมาณ 3,000 - 4,000 บาท ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการโพสต์ รีวิว ลูกค้าที่ได้รับทอง เป็นประจำทุกวัน
 
 
คืนสิทธิ์ 1.1 ล้านราย ร่วมชิมช้อปใช้
 
ข่าวดีสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ แต่ใช้เงินไม่ทันภายใน 14 วัน ล่าสุด กระทรวงการคลังได้คืนสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ 1.1 ล้านราย ให้เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ได้อีกครั้ง
 
นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้คืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ในมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศชิมช้อปใช้ ที่ไม่สามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ทันภายใน 14 วันหลังจากได้รับข้อความ SMS ยืนยันสิทธิ์ ทั้งเฟสแรกและเฟสที่ 2 ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 1.1 ล้านราย เนื่องจากตามหลักเกณฑ์เดิมจะต้องใช้สิทธิ์ชิมช้อปใช้ในจังหวัดที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาตัวเอง จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนใช้สิทธิ์ไม่ทัน
 
 
โดยผู้ที่ถูกคืนสิทธิ์ จำนวน 1.1 ล้านราย จะสามารถใช้กระเป๋าเงินช่องที่ 2ในแอปพลิเคชั่น"เป๋าตัง"ซึ่งมีการคืนเงินให้ 15% หากยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท และคืนเงินให้อีก 20% จากยอดใช้จ่ายที่เกินจาก 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท โดยคืนเงินสูงสุดรวมกันไม่เกิน 8,500 บาท 
 
 
โดยประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ทุกจังหวัด แม้จะเป็นจังหวัดที่อยู่ในภูมิลำเนาตัวเองจนถึงวันที่สิ้นสุดโครงการ 31 มกราคม63 เพียงแต่ครั้งนี้ จะไม่ได้รับสิทธิ์ในกระเป๋าเงินช่องที่ 1 จำนวน 1,000 บาท
 
 
สภาผู้แทนสหรัฐฯ เริ่มร่างบทบัญญัติถอดถอน 'ทรัมป์'
 
นางแนนซี่ เพโลซี่ (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประกาศยืนยันว่าจะเดินหน้าร่างบทบัญญัติสำหรับการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือ อิมพีชเม้นท์ (Impeachment) 
 
 
โดยเฉพาะประเด็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะมองว่าข้อกล่าวหาอิมพีชเม้นท์เป็นเพียงเรื่องตลก และเขาจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน 
 
 
ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเดินหน้าเรื่องนี่ เป็นเพราะเธอเกลียดชังทรัมป์หรือไม่ นางเพโลซี่ยืนยันว่า เธอไม่เกลียดชังใคร เพราะเธอเติบโตมาในครอบครัวคาทอลิกที่สอนให้สวดภาวนาแด่ทุกคนบนโลกรวมถึงทรัมป์ พร้อมขอให้ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว อย่าได้พยายามหาเรื่องหรือระรานเธอ

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ