08 ธ.ค. 2562
674 ครั้ง

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ 'พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์'

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ
 
 
วันนี้ เวลา 17 นาฬิกา 29 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปพระราชทานเพลิงศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรม เนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 สิริอายุ 99 ปี 
 
 
ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ณ ที่นั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรอรับเสด็จ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์บังสุกุล เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก 
 
 
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของรองอำมาตย์โท หลวงวินิจทัณฑกรรม(บึ้ง ติณสูลานนท์) และนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลานนท์) สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา แล้วเข้าศึกษาต่อที่แผนกวิทยาศาสตร์ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้น ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ที่โรงเรียนเท็ฆนิคทหารบก ปัจจุบัน คือโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อปี 2481 โดยเข้ารับการศึกษาเป็นรุ่นที่ 5 
 
 
นอกจากนี้ ได้เข้าศึกษาเป็นนายทหารฝึกหัดราชการ โรงเรียนนายทหารม้า และอีกหลายสถาบัน รวมทั้ง วิทยาลัยการทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 9 เริ่มรับราชการเป็นผู้บังคับหมวด ประจำกรมรถรบ เมื่อปี 2484 และได้ไปปฏิบัติราชการสนามในสงครามอินโดจีน ตลอดจนสงครามโลกครั้งที่สอง พลเอกเปรม เคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2, ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 22, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของประเทศไทย ซึ่งได้ดำรงตำแหน่ง 3 วาระ ระหว่างปี 2523 ถึง 2531 
 
 
และภายหลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี พร้อมกับมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่องพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ไว้ในฐานะรัฐบุรุษ ซึ่งนับเป็นรัฐบุรุษคนที่ 2 โดยคนแรกคือ นายปรีดี พนมยงค์ ต่อมาในปี 2541 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรี จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 
 
 
จากนั้น ได้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในรัชกาลปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2559 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 จนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 
 
 
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และจงรักภักดี จึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณนพรัตนราชวราภรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นเครื่องหมายแห่งความจงรักภักดี และเป็นบำเหน็ดความชอบในราชการแผ่นดิน นับเป็นสามัญชนคนที่ 4 ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ จึงเป็นปูชนียบุคคลของแผ่นดิน ที่เป็นแบบอย่างในการทำความดี ให้กับสังคมและชนรุ่นหลัง
 
 
ต่อมา เวลา 19 นาฬิกา 21 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการพระราชทานเพลิงศพจริง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 
 
 
เมื่อรถพระประเทียบ เทียบที่หน้าเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์ขึ้นเมรุ ทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล เสร็จแล้ว ผู้แทนพระองค์หยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี จุดชนวนพระราชทานเพลิง เมื่อเจ้าหน้าที่เผาศพเสร็จ ผู้แทนพระองค์ขึ้นเมรุ ทอดผ้าไตร 3 ไตร ครั้งละ 1 ไตร พระสงฆ์ 3 รูปบังสุกุล และวันพรุ่งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลเก็บอัฐิ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
 
 
อนึ่ง เมื่อเวลา 10 นาฬิกา 25 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกเมรุ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 
 
 
ในการนี้ ผู้แทนพระองค์จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พระราชาคณะให้ศีล พระสงฆ์ 10 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระ จบแล้ว ผู้แทนพระองค์ ประเคนสำรับภัตตาหารแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ สำรับภัตตาหารนอกนั้น ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนตามลำดับ เมื่อพระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จ ผู้แทนพระองค์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แล้วกรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา และถวายอดิเรก 
 
 
จากนั้น เวลา 13 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการเชิญโกศศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จากพระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ไปพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อผู้แทนพระองค์ถึงยังพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์ 10 รูป สวดมาติกา จบแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาลาดภูษาโยง ผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล กรวดน้ำ ผู้แทนพระองค์ กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ และที่หน้าโกศศพ 
 
 
ต่อจากนั้น เจ้าพนักงานเชิญโกศศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ไปตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยงซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก เมื่อถึงสะพานมัฆวาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเกษม ผ่านหน้าโรงเรียนเทพศิรินทราวาส ถึงแยกนพวงศ์ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหลวง และเลี้ยวขวาเข้าไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 
 
 
เมื่อถึงเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ได้เวียนรอบเมรุ 3 รอบ เสร็จแล้ว ตำรวจหลวงเชิญโกศศพตั้งบนจิตกาธาน เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตร สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม บังสุกุล 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ