10 ธ.ค. 2562
2,526 ครั้ง

ผู้โดยสารงง! คนขับรถตู้ลืมผู้โดยสารทั้งคันทิ้งไว้ที่ปั๊ม รู้ตัวอีกทีขับไปไกล 40 กม.แล้ว

จากกรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @Rachanoth ได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ โชเฟอร์รถตู้ กรุงเทพฯ - พัทยา แหลมบาลีฮาย ขี้ลืมทิ้งผู้โดยสารทั้งคันรถไว้ภายในปั๊มน้ำมัน ท่ามกลางอากาศเย็น ก่อนที่จะตีรถเปล่าไปไกลกว่า 40 กิโลเมตร รู้ตัวอีกทีเมื่อถึงจุดส่งจะจอดให้ผู้โดยสารลงรถ พอหันมาดูไม่เห็นผู้โดยสารสักคน สุดท้ายต้องให้รถตู้คันหลังจอดเพื่อรับผู้โดยสาร พอเปิดประตูจะตำหนิ ก่อนจะเห็นว่าโชเฟอร์เป็นชายสูงวัยจึงให้อภัย แถมบอก "มามากลับขึ้นรถเรา"

 

ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวถูกรีทวิตไปกว่า 53,000 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ได้มีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าโชเฟอร์มีอายุมากจนเกินไปก็ควรจะเลิกและเปลี่ยนไปทำอาชีพอย่างอื่นจะเหมาะสมกว่า แต่ก็มีชาวเน็ตอีกจำนวนหนึ่งแสดงความคิดเห็น เห็นใจและสงสารโชเฟอร์ที่อายุมากก็ยังต้องประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเอง

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายรัชชานนท์ มาตย์นอก อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) คณะสื่อสารมวลชน ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงคืนวันที่ 7 ธ.ค. ตนได้ขึ้นรถตู้จากขนส่งเอกมัย กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางมาพัทยา โดยมีคนขับชื่อนายทรงพล กองทอง อายุประมาน 60 ปี รถตู้หมายเลขทะเบียน 10 - 6447 ชลบุรี มีผู้โดยสารร่วมเดินทางมาด้วยประมาน 10 กว่าคน

 

กระทั่งเดินทางมาถึงสถานีปั๊มน้ำมันเขตพื้นที่อำเภอศรีราชา ลุงคนขับรถได้จอดรถเติมแก๊ส และถามผู้โดยสารว่าจะลงเข้าห้องน้ำหรือเปล่า แต่ผู้โดยสารปฏิเสธ คนขับรถจึงเดินทางไปห้องน้ำคนเดียว ต่อมาไม่นานพนักงานปั๊มเปิดประตูแล้วบอกให้ผู้โดยสารลงจากรถให้หมด เนื่องจากเป็นกฎของปั๊ม ผู้โดยสารจึงลงมาจากรถทั้งหมด ยกเว้นผู้โดยสารด้านหน้า 2 คน ก่อนไปนั่งรอที่หน้าร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม เวลาผ่านไปสักพักจึงเอะใจว่าทำไมคนขับหายไปเป็นเวลานาน เมื่อตรวจสอบดูจึงพบว่าไม่มีรถโดยสารของตนอยู่แล้ว จึงให้รถตู้คันอื่นภายในปั๊มพยายามติดต่อให้ จนกระทั่งทราบว่า ลุงคนขับรถได้เผลอขับออกจากปั๊มไปไกลกว่า 40 กม.

 

เมื่อจอดส่งผู้โดยสารจึงพบว่า ลืมผู้โดยสารทิ้งไว้ที่ปั๊ม จากนั้นจึงประสานคนขับรถตู้ภายในปั๊มนำผู้โดยสารมาส่งขึ้นรถคันเดิม นายรัชชานนท์เล่าต่ออีกว่า เมื่อพบหน้าลุงคิดว่าจะด่าทอลุงสักหน่อย แต่เมื่อเห็นหน้าลุงคนขับรถกลับพูดว่า “มามากลับขึ้นรถเรา” ทำให้ตนเองและผู้โดยสารคนอื่น ไม่สามารถตำหนิลุงได้ลงคอ และคิดเป็นเรื่องขำขันไป ก่อนลุงคนขับรถจะส่งถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ หลังจากนั้นตนจึงทวีตเพื่อแชร์เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คาดคิดว่าคนจะติดตามเยอะขนาดนี้ หลังจากเห็นกระแสข่าวไม่อยากให้ด่าทอลุงหรือตำหนิลุง เชื่อว่าลุงคงลืมผู้โดยสารจริง ๆ และไม่มีเจตนาให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแต่อย่างใด

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ